
กระทรวงต่างประเทศของจีน สั่งปิดสถานกงสุลในนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลสหรัฐ สั่งปิดสถานกงสุลจีนในเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส เมื่อวันที่ 21 ก.ค. โดยให้เวลาแค่ 3 วัน แต่ขณะเดียวกัน ก็เรียกร้องให้สหรัฐ เพิกถอนการตัดสินใจที่ผิดพลาด และหันมาสร้างเงื่อนไขจำเป็นต่อการกลับสู่ความสัมพันธ์ฉันท์ปกติระหว่างกัน
วังเหวินปิน โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีนระบุว่า การดำเนินการนี้ถือเป็นการยั่วยุทางการเมืองที่ริเริ่มโดยสหรัฐฯ เพียงฝ่ายเดียวเพื่อต่อต้านจีน ทั้งยังเป็นการละเมิดกฎหมายและบรรทัดฐานพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ให้ดำเนินไปอย่างเย่อหยิ่งและไร้เหตุผล ซึ่งจีนขอประณามการกระทำเช่นนี้อย่างหนักแน่น พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการตัดสินใจที่ผิดพลาดโดยทันที มิเช่นนั้น จีนจำเป็นต้องดำเนินการโต้ตอบอย่างเหมาะสม
จีนอ้างว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ได้สร้างมลทินแก่จีนหลายต่อหลายครั้ง ทั้งยังโจมตีระบบสังคมของจีน ขัดขวางการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่การทูตและเจ้าหน้าที่กงสุลจีนในสหรัฐฯ อย่างไร้เหตุผล ข่มขู่ สอบปากคำ ริบทรัพย์สินอิเล็กทรอนิกส์ส่วนตัวของนักเรียนจีนที่ศึกษาอยู่ในสหรัฐฯ บางครั้งก็ถึงกับกักกันพวกเขาอย่างไร้มูล
คำสั่งปิดสถานกงสุลจีนในฮิวสตัน ในเวลาที่จำกัด ซึ่งผ่านความคิดจากสหรัฐฯ เพียงฝ่ายเดียว ถือเป็นการกระทำที่ยกระดับความตึงเครียดแก่ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จีนปฏิบัติตามหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นเสมอมา ทั้งยังไม่เคยมีหลักการและธรรมเนียมของการแทรกแซงจารึกไว้ในการทูตของจีน ภารกิจทางการทูตของจีนในสหรัฐฯ ยึดมั่นในการสร้างเสริมความเข้าใจและมิตรภาพระหว่างประชาชนจีนและอเมริกันมาโดยตลอด เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางทูตและทางกงสุล อีกทั้งจีนยังอำนวยความสะดวกแก่การปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานทางการทูตและบุคลากรสหรัฐฯ ในจีนเสมอมา
ในทางตรงกันข้าม สหรัฐฯ กลับกำหนดข้อจำกัดที่ไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับนักการทูตจีนในสหรัฐฯ 2 ครั้งช่วงเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ทั้งยังค้นกระเป๋าและยึดเอาสิ่งของของเจ้าหน้าที่ทูตจีนเป็นการส่วนตัวหลายครั้งในเดือนมิถุนายนปีนี้ การป้ายสีและปลุกปั่นความเกลียดชังโดยสหรัฐฯ เมื่อเร็วๆ นี้ นำมาซึ่งการขู่วางระเบิดสถานทูตจีนในสหรัฐฯ และการขู่สังหารเจ้าหน้าที่ทูตจีนที่อยู่ในสหรัฐฯ เว็บไซต์ของสถานทูตสหรัฐฯ ในจีนเองก็เผยแพร่บทความโจมตีประเทศจีนอยู่บ่อยครั้ง
นอกจากนี้ สหรัฐฯ มักกล่าวอ้างว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนนั้นไม่เท่าเทียมกัน แต่ในความเป็นจริง ในแง่ของจำนวนสถานทูตและสถานกงสุล อีกทั้งจำนวนบุคลากรทางการทูตและกงสุล สหรัฐฯ ก็มีปริมาณที่มากกว่าจีน
ด้วยเหตุนี้ จีนจึงเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการตัดสินใจที่ผิดพลาดโดยทันที แต่หากสหรัฐฯ ยืนยันที่จะดำเนินการเพียงฝ่ายเดียวต่อไป จีนก็จะดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเด็ดขาดต่อไปเช่นกัน