
ผลสำรวจซูเปอร์โพล กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล เพิ่มต่อเนื่อง ในขณะที่ประชาชน 79.2 % เห็นว่า ควรยุบสภา
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่องยุบสภาหรือปรับรัฐมนตรีกรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ
โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลในโลกโซเชียล
ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิง คุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,437 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20 - 24 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา
เมื่อถามความเห็นของประชาชนต่อการยุบสภา กับ การปรับคณะรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.2 ระบุ ยุบสภา ช่วยแก้สถานการณ์ต่างๆ ได้ ในขณะที่ร้อยละ 20.8 ระบุปรับคณะรัฐมนตรีช่วยได้
นอกจากนี้ เมื่อถามถึงจุดยืนทางการเมืองของประชาชน พบว่า ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 57.3 ไม่สนับสนุนรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 21.8 สนับสนุน และร้อยละ 20.9 ระบุเป็นพลังเงียบ
และเมื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบแสดงแนวโน้มจุดยืนทางการเมือง พบว่า กลุ่มผู้ไม่สนับสนุนรัฐบาล เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 39.1 ในช่วงอภิปรายเงินกู้ มาอยู่ที่ร้อยละ 52.2 ในช่วงกรรมการบริหาร พรรคพลังประชารัฐลาออก ร้อยละ 54.4 ในช่วงปลดล็อกโควิดครั้งแรก ร้อยละ 55.6 ในช่วงหลังต่อ พรก. ฉุกเฉิน และล่าสุดขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 57.3 ในช่วงสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน
ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อนำความเห็นของประชาชนในการยุบสภา กับการปรับคณะรัฐมนตรี มาวิเคราะห์ร่วมกับจุดยืนทางการเมืองของประชาชน พบว่า ทุกกลุ่มจุดยืนทางการเมืองเห็นว่า การยุบสภาคือ ทางออกช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้ คือ ร้อยละ 50.5 ของกลุ่มสนับสนุนรัฐบาล
ร้อยละ 96.0 ของกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลและร้อยละ 63.0 ของกลุ่มพลังเงียบเห็นว่าการยุบสภาช่วยแก้ไขสถานการณ์การเมืองปัจจุบันได้
ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่าผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นจุดสำคัญสองจุดคือความเห็นของประชาชนต่อการยุบสภาที่น่าจะช่วยสกัดปัญหาการเมืองที่อาจจะลุกลามบานปลายจนยากจะควบคุม
ที่ไม่น่าจะต้องรอให้สถานการณ์สุกงอมจนยากจะเยียวยา เพราะเป็นห่วงผลกระทบต่อความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น จึงควรคืน อำนาจให้ประชาชนตัดสินใจตามวิถีประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
และจุดสำคัญที่สอง คือ ฐานสนับสนุนของสาธารณชนต่อรัฐบาลที่อยู่ในระดับที่กำลังเหมาะสม ไม่เป็นอันตรายต่อการลงจากหลังเสือของผู้บริหารประเทศ ดีกว่าปล่อยให้สถานการณ์แย่ลงไปกว่านี้ แล้วจะลงก็ลงลำบาก อาจจะไม่สง่างาม อย่างน่าเป็นห่วง ฟังเสียงลูกหลานไว้บ้างพวกเขาส่วนใหญ่บริสุทธิ์ใจจริงๆ