ธานี แจงข้อเท็จจริงเพิ่ม 6 ข้อ ปมตรวจสอบคดีทายาทกระทิงแดง เหตุสื่อนำเสนอคลาดเคลื่อน
นายธานี อ่อนละเอียด สมาชิกวุฒิสภา อดีตกรรมาธิการ ในคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีการตรวจสอบ นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา
โดยกล่าวว่า ตามที่ได้แถลงข้อเท็จจริงเรื่องของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา เมื่อในวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ได้มีข้อเท็จจริงปรากฎในสื่อคลาดเคลื่อนไปบางประการ จึงขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเดิมดังต่อไปนี้
1. ประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนตามคำสั่งของรองอัยการสูงสุดที่มีคำสั่งให้สอบเพิ่มเติม ตามคำร้องขอความเป็นธรรมของ นายวรยุทธ ซึ่งกล่าวอ้างว่า พนักงานอัยการมิได้นำประจักษ์พยานที่สอบเพิ่มเติมมาพิจารณาโดยมีคำสั่งให้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าว นายวรยุทธว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2559 ร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการได้สอบหาและศึกษาโดยชิญประจักษ์พยานที่ได้ให้การไว้แต่เดิมมาประชุมชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ มิได้สอบประจักษ์พยานใหม่เพิ่มเติมจากที่ให้การไว้เดิมแต่อย่างใด
2. วันที่ 6 ธันวาคม 2559 คณะกรรมาธิการมีมติรวบรวมผลการสอบหาและการศึกบาข้อเท็จจริงส่งให้กับพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
3. ต่อมาพนักงานอัยการ ได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 แจ้งผลการพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับกรณีกรร้องขอความเป็นธรรมของนายวรยุทธ ต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม
และกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่ชาติ ว่าอัยการสูงสุดได้พิงารณารายงานผลการพิจารณาศึกษาสอบหา
ข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการแล้วมีคำสั่งให้ยุติเรื่องร้องขอความป็นธรรมและอ้างว่าได้แจ้งผลการพิจารณา
การพิจารณาให้ผู้ร้องขอความเป็นธรรมทราบแล้ว
4. เมื่อได้รับแจ้งผลการพิจารณาของอัยการสูงสุดให้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าวแล้ว คณะกรรมาธิการฯ ก็มิได้ดำเนินการใดๆต่อไปอีก และนายวรยุทธ ก็มิได้ติดต่อให้คณะกรรมาธิการ
ดำเนินการอีกแต่อย่างใดเพราะเขาก็ทราบผลการพิจารณาแล้ว และผู้ร้องจะดำเนินการหรือร้องให้สอบพยานเพิ่มเติมใด ๆ หลังจากนี้อีก คณะกรรมาธิการมิได้รู้เห็นหรือเข้าไปเกี่ยวข้องอีกแต่ประการใด
5. การที่อัยการสูงสุดได้มีคำสั่งให้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมนั้น ย่อมแสดงให้เห็นว่า
คณะกรรมาริการฯ มิได้มีอิทธิพลที่จะส่งผลให้อัยการสูงสุดเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ซึ่งโดยบทบาทอำนาจหน้าที่ของ
สภานิติบัญญัติแห่งชาติ , สภาผู้แทนราษฎร , วุฒิสภา ล้วนทำหน้าที่นิติบัญญัติ มิได้มีอำนาจไปบงการหรือสั่ง
การฝ่ายบริหาร หรือองค์กรต่างๆ ได้แต่ประการใด มีอำนาจเพียงแค่ศึกษาและสอบหาข้อเท็จจริงแล้วรวบรวม
รายงานส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปเท่านั้น
6. บัดนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการพิจารณา ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,สำนักอัยการสูงสุด , และ
คณะกรรมการ ตามคำสั่งแต่งตั้งของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพื่อดำเนินการพิจารณาในเรื่องดังกล่าวแล้ว จึงขอให้สื่อมวลชนรอผลของคณะกรรมการต่อไป
จึงเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมให้ครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม ในคราวแถลงข่าวครั้งที่แล้วหากล่วงเกินสื่อมวลชนประการใดไป ต้องขอโทษและขออภัยไว้ ณ
ที่นี่ด้วย