
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
เจ้าของโรงโม่ตรังเปิดใจ "ผมไม่เกี่ยวกับคดี8ศพ"
เจ้าของโรงโม่ตรังภูทอง อ้างไม่เกี่ยวฆ่ายกครัวอ่าวลึก 8 ศพ ยันเชษฐ์ดนัยยังไม่จ่ายค่าหุ้น เพราะยังไม่ได้เปิดกิจการ
- 15 ก.ค. 2560- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีที่มีคนร้าย 6-7 คน บุกเข้าไปในบ้านนายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่1 บ้านเขางาม ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2560 และสังหารญาติพี่น้องนายวรยุทธ รวม 8 คน หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้ง 4 ประเด็นการลงมือในครั้งนี้คือ การสอบสวนที่โรงโม่หิน,ที่ดินสาธารณะ,ชู้สาวและยาเสพติด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงโม่หินและเจ้าของสัมปทานที่ถูกกล่าวถึงในคดีนี้คือ หจก. โรงโม่ตรังภูทอง ซึ่งมีนายนรินทร์ เก่งธนทรัพย์ จนในวันนี้นายนรินทร์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หจก.โรงโม่ตรังภูทอง มีตนเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเพียงคนเดียว และไปขออนุญาตประทานบัตรโรงโม่ในพื้นที่อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ จนได้รับประทานบัตร เนื้อที่62 ไร่ ในปี 2555 จนถึงขณะนี้เป็นระยะเวลา 5 ปีแล้วที่ยังไม่ได้ดำเนินการตั้งโรงโม่เพื่อย่อยหิน เพราะติดขัดที่กรมศิลปากรตรวจพบว่ามีโบราณคดี เช่นภาพวาดและลูกปัด จึงระงับไม่ให้มีการระเบิดและย่อยหินจนมาถึงวันนี้
นายนรินทร์กล่าวว่า หลังจากนั้น นายเชษฐ์ดนัย ถิ่นพังงา (โกเสริฐ) ก็มาพูดคุยกับตนเพื่อขอหุ้นในกิจการโรงโม่ โดยขณะนั้นตนได้รับประทานบัตรโรงโม่แล้ว หจก.เเห่งนี้ตนเป็นเจ้าของประทานบัตร และเมื่อนายเชษฐ์ดนัย มาขอหุ้นก็ตั้งเป็นบริษัท อ่าวลึกศิลาทอง จำกัด โดยที่ตนตีมูลค่าในการลงหุ้นโรงโม่ไว้ที่ 50 ล้านบาท นายเชษฐ์ดนัยถือหุ้น 50% ต้องจ่ายเงินให้ตน 25 ล้านบาท ส่วนนายเชษฐ์ดนัยจะให้ใครถูกหุ้นกี่คนนั้นตนไม่ทราบ
"ผมถือ 50% เป็นเจ้าของประทานบัตร เมื่อไม่สามารถเปิดกิจการโรงโม่ได้ เพราะติดเรื่องกรมศิลปากรสั่งระงับการระเบิดย่อยหิน ก็ยังไม่ได้เรียกเก็บเงินจากคุณเชษฐ์ดนัย จำนวน 25 ล้านบาทแต่อย่างใด เพราะยังไม่ได้เปิดโรงโม่
ส่วนการเสียชีวิตยกครอบครัวนายวรายุทธ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับผม เพราะนายวรายุทธ ผู้ตายไม่ได้มีสายสัมพันธ์ในทางธุรกิจกับผม โดยที่นายวรายุทธ เป็นเพื่อนรักกับคุณเชษฐ์ดนัย ส่วนจะมีหุ้นกันเท่าไหร่ผทมไม่ทราบ
ส่วนที่สื่อมีประเด็นพาดพิงถึงผมและผมไม่ออกมาชี้แจง เพราะกลัวความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผมและครอบครัว เมื่อสถานการณ์มาถึงวันนี้ก็ต้องออกมาให้ข่าว"นายนรินทร์กล่าว
นายนรินทร์กล่าวว่า ส่วนที่มีประเด็นว่านายวรายุทธ รับเงินมาจาโรงโม่ไปเคลียร์ชาวบ้าน เรื่องที่ดิน ตนไม่ทราบ และไม่รู้ว่าเป็นเป็นเงินของใคร ซื้อที่ดินแปลงไหน ตนก็ไม่มีหน้าที่ให้เงินนายวรายุทธ เพราะนายวรายุทธไม่ได้ทำธุรกิจกับตน เเละไม่ใช่คนของตนหรือลูกน้องของตน ในทางกลับกันตนก็ยังไม่เรียกเก็บเงินค่าหุ้นส่วนจากนายเชษฐ์ดนัยจำนวน 25 ล้านบาทเลย
"เบอร์โทรศัพท์ของผู้ใหญ่วรายุทธ ผมก็ไม่มี ไม่เคยโทรหากัน ผมมีเฉพาะเบอร์คุณเชษฐ์ดนัยเท่านั้น นานๆจะคุยกันครั้ง" นายนรินทร์กล่าว
นายนรินทร์กล่าวว่า เมื่อวันที่14 ก.ค. พล.ต.ท.สาคร ทองมุนี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ประสานให้ตนไปพบที่จ.กระบี่เพื่อ ขอดูประทานบัตรที่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ และพูดคุยกับตน ตนก็เล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และในวันนี้ตนได้ทำหนังสือเพื่อขอความคุ้มครอง โดยให้ตำรวจมาดูแลรักษาความปลอดภัยให้ตนและครอบครัว ต่อพล.ต.ท.สาครเพราะตนรู้สึกไม่ปลอดภัยแล้ว
"เหตุที่ต้องออกมาให้ข่าว เพราะข่าวพาดพิงถึงในทางเสียหายที่ดินที่ซื้อ 62ไร่ เป็นที่ดินป่าไม้ส่วนหนึ่ง ผมซื้อด้านหน้า 17 ไร่เป็นเงิน 5 ล้านบาท ส่วนด้านหลัง 20ไร่ คุณเชษฐ์ดนัยออกเงินซื้อไปก่อน 6 ล้านบาท ซื้อที่ดินประมาณ 30 ล้านบาท ส่วนคุณเชษฐ์ดนัย เอาที่ดิน 200 กว่าไร่ให้ผมตั้งโรงโม่ย่อยหิน ไม่คิดมูลค่าสักบาท"
นายนรินทร์กล่าวว่า การที่สื่อมวลชนพาดพิงถึงตนเป็นเรื่องปกติ ตนผิดพลาดที่ออกมาให้สัมภาษณ์ช้า เพราะกลัวความไม่ปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน แต่วันนี้ต้องออกมาชี้แจง กลัวว่าสื่อมวลชนหลงประเด็นในคดี คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน คดีนี้ตนรู้เพียงว่า นายวรายุทธเป็นเพื่อนรักกับนายเชษฐ์ดนัยเท่านั้น ไม่มีเหตุผลที่ตนจะให้เงินกับนายวรายุทธเพื่อไปเคลียร์มวลชน เพราะประทานบัตรตนได้รับแล้วออกมาแล้ว
นายนรินทร์กล่าวว่า ส่วนใครจะเป็นกลุ่มคนที่ลงมือฆ่า 8 ศพนั้น ตนไม่รู้ ไม่ทราบ เพราะว่านายวรายุทธไม่ใช่คนของตน ไม่มีอะไรขัดแย้งกับตน ไม่มีเหตุผลอะไรที่ตนจะทำร้ายนายวรายุทธและครอบครัว เท่าที่รู้จัก นายวรายุทธกับคุณเชษฐ์ดนัย เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็ก ต้อให้เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะทำการสืบสวนสอบสวนจับกุมคนร้ายต่อไป จะมีการฆ่าตัดตอนกันอีกหรือไม่ตนก็ไม่ทราบ