
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
วันที่ 15-7-60-โครงการประกันสุขภาพของสหรัฐฯที่มีมาตั้งแต่สมัยนายบารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯหรือที่เรียกว่า โอบามาแคร์ ถูกแก้ไขปลี่ยนแปลงในรัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์
แต่ไม่ว่าจะแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง ล้วนส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันทั้งสิ้น หลายครอบครัวจึงต้องเดินทางไกลมาสภาคองเกรส เพื่อเรียกร้องว่า 'ประกันสุขภาพ' สำคัญต่อพวกเขามากแค่ไหน?
การเดินทางที่ยากลำบากของคุณแม่แองเจลลา ลอเรีย และคุณแม่เจสสิกา มิเชล เมื่อลูกๆของเธอเด็กชายจอน พอล และเกรฟ มีสภาวะผิดปกติทางร่ายกาย และจำเป็นต้องใช้ประกันสุขภาพของรัฐบาลในการรักษา
แม้คุณแม่แองเจลลา ลอเรีย จะสนับสนุนนายทรัมป์ ส่วนคุณแม่เจสสิกา มิเชล สนับสนุนนางฮิลลารี คลินตัน แต่ทั้งสองพร้อมกับอีกหลายครอบครัวกำลังเดินทางจากเมืองแบตอนรูจ รัฐหลุยเซียน่า มุ่งหน้าไปยังกรุงวอชิงตัน ดีซี ด้วยรสบัส เพื่อพบผู้แทนจากคณะกรรมการแห่งชาติของพรรครีพับบลิกัน ในสภาคองเกรสของสหรัฐฯ เพื่อพูดคุยถึงความจำเป็นที่ต้องมีประกันสุขภาพ
จะเกิดอะไรขึ้น หากมีการยกเลิกโครงการประกันสุขภาพของรัฐบาล? คำตอบจากหนึ่งในสองคุณเเม่ที่ต้องการให้โอบามาเเคร์กลับมาคือ"กลัวว่าลูกชายของฉันอาจจะเสียชีวิต การมีประกันสุขภาพอยู่ มันทำให้ลูกของฉันมีชีวิตอยู่ต่อไป"
หลายๆครอบครัวร่วมอยู่ในการเดินทางครั้งนี้ด้วย และแน่นอนว่า พวกเขาต้องพึ่งพาโครงการประกันสุขภาพของรัฐบาลเช่นกัน
'เชสลี' เด็กหญิงวัย 13 เดือน เธอป่วยด้วยโรคทางพันธุกรรม เธอเป็นเด็กที่บอบบางที่สุดในรถบัสคันนี้ เครื่องนี้ช่วยให้เธอหายใจได้
ส่วนเครื่องนั้น ทำให้เธอกินอาหารได้ ทั้งสองเครื่องนี้ต้องทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดการเดินทาง
การเดินทางจากรัฐหลุยเซียน่ามายังวอชิงตัน ดีซี ด้วยรถบัส ใช้เวลาราว 24 ชั่วโมง ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายมาก เพราะเพียงไม่ถึง 3 ชั่วโมงหลังจากออกเดินทางดช.จอน พอลก็มีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ
ในที่สุดดช.จอน พอลก็มีอาการดีขึ้น คุณแม่แองเจลลาบอกว่า ไม่เสียใจเลยที่พาลูกชายเดินทางไกลในครั้งนี้ เเต่เธอไม่มีทางเลือก เธอเล่าให้ฟังว่า นายบิลล์ คาซิดี้ สมาชิกวุฒิสภา เพิกเฉย ไม่สนใจคำร้องของเธอในที่ประชุมของเมือง
โฆษกของวุฒิสภาออกมาอ้างว่า เป็นเพราะเวลามีจำกัด สมาชิกวุฒิสภาไม่สามารถพูดคุยกับทุกคนได้อย่างทั่วถึง
ขณะที่รถบัสกำลังเดินทางใกล้จุดหมายปลายทางขึ้นเรื่อยๆ ระดับออกซิเจนในกระแสเลือดของเด็กชายเกรฟ ลดต่ำลง ส่วนอุณภูมิในร่างกายของหนูน้อยเชสลีก็สูงขึ้น กว่าจะถึงกรุงวอชิงตัน ดีซี ในตอนเช้าวันนั้นคุณแม่เจสสิกาก็หมดแรงกับการดูแลเด็กๆ
คำถามที่มีต่อคุณเเม่รายนี้คือ"คุณต้องดูแลเด็กเล็กถึง 3 คน ที่มีอาการเจ็บป่วยขนาดนี้ บนรถบัสคันนี้ ทั้งหมดนี้มันคุ้มไหม ?"
คุณเเม่รายนี้กล่าวว่า"คุ้มค่ะ ถ้าไม่ต้องฝังศพลูกของฉัน มันคุ้ม และไม่ต้องฝังศพลูกของใครบนรถคันนี้ มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม "
ก่อนถึงกรุงวอชิงตัน ดีซี หนูน้อยเชสลีมีไข้ขึ้นสูงอีกครั้ง จนคุณแม่ของเธอตัดสินใจละทิ้งการเดินทางทั้งน้ำตา เพื่อรีบพาเซสลีไปรักษาในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ส่วนคนอื่นๆยังคงมุ่งหน้าเดินทางไปสำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติของพรรครีพับบลิกัน
แต่เมื่อเดินทางถึง เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการแห่งชาติพรรครีพับบลิกัน กลับไม่อนุญาตให้พวกเขาเข้าพบ
"สิ่งที่พวกเราพยายามทำ มันเหนื่อยเหลือเกิน มันเหมือนโดนตบหน้า "หนึ่งในผู้ปกครองของเด็กๆรายนี้กล่าวอย่างท้อเเท้