แจงปมตั้ง ผบ.ตร.โปร่งใส-ไม่เกี่ยว "วิระชัย ทรงเมตตา" ถูกสำรองราชการ

แจงปมตั้ง ผบ.ตร.โปร่งใส-ไม่เกี่ยว "วิระชัย ทรงเมตตา" ถูกสำรองราชการ

ผู้ใหญ่ใน สตช. ผวาสังคมเข้าใจผิดปมตั้ง ผบ.ตร. หลังมีบางฝ่ายเคลื่อนไหวให้ระงับ เหตุข้องใจสำรองราชการ "วิระชัย ทรงเมตตา" ยืนยันกระบวนการตั้งแม่ทัพสีกากีโปร่งใส รองผบ.ตร.ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน ย้ำขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งใคร

ภายหลังจากมีการสั่งสำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. จนทำให้หมดลุ้น ไม่ได้รับการเสนอชื่อเป็น ผบ.ตร.คนใหม่ ทำให้บางฝ่ายอย่างเช่น นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกมาเคลื่อนไหวยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้ระงับการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่เอาไว้ก่อน เพราะมองว่าอาจมีกระบวนการสกัด พล.ต.อ.วิระชัย นั้น

เรื่องนี้แหล่งข่าวภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การขึ้นตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่นั้น รอง ผบ.ตร.ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการเสนอชื่อเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ส่วนการสับเปลี่ยนโยกย้ายในช่วงนี้ ไม่มีผลใดๆ ต่อการขึ้นตำแหน่ง ผบ.ตร. โดย รอง ผบ.ตร.ทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกัน และขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้ง

ส่วนกรณีของ พล.ต.อ.วิระชัย แหล่งข่าวบอกว่า เป็นผลจากการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงของสำนักงานตำรวจแห่งขาติ ซึ่งก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

สำหรับ พล.ต.อ.วิระชัย ถูกสั่งย้ายไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อเปิดทางให้มีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการปล่อยคลิปเสียงการพูดคุยทางโทรศัพท์ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ต่อมาวันที่ 23 ก.ค. นายกฯได้ลงนามในคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย ย้ายกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้เกิดความเข้าใจว่า พล.ต.อ.วิระชัย ไม่มีความผิดจากที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่ปรากฏว่าเมื่อ พล.ต.อ.วิระชัย ย้ายกลับมา ก็ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงในทันที และยังถูก พล.ต.อ.จักรทิพย์ สั่งสำรองราชการด้วย

ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยอมรับว่า สาเหตุที่ พล.ต.อ.วิระชัย ถูกสำรองราชการ เพราะเรื่องการเผยแพร่คลิปเสียงการพูดคุยโทรศัพท์ระหว่างตนกับ พล.ต.อ.วิระชัย ซึ่งถือว่าตนเป็นฝ่ายถูกกระทำ และยังบอกว่าเมื่อ พล.ต.อ.วิระชัย ถูกสอบวินัยร้ายแรง และถูกสำรองราชการเช่นนี้ ก็จะไม่ได้รับสิทธิ์ในการเสนอชื่อให้เป็น ผบ.ตร. ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ

related