
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
ธนาคารโนมูระ เตือน ฮ่องกง และจีน เสี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ภายในเวลา 3 ปี นี้
ธนาคารโนมูระ เปิดเผยรายงานเตือนว่า จีน และฮ่องกง อาจจะเกิดวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ภายใน 3 ปีนี้ หลังจากพบว่าดัชนีเศรษฐกิจถึง 40 รายการจากทั้งหมด 60 รายการกำลังอยู่ในสัญญาณอันตรายโดยเฉพาะราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ก่อตัวเป็นฟองสบู่ รวมไปถึงไประดับหนี้ของภาคเอกชนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง, สัดส่วนหนี้เอกชนต่อจีดีพี, สัดส่วนหนี้เอกชนต่อภาคบริการของประเทศ, อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน ตลอดไปจนถึงราคาหุ้น และราคาอสังหาริมทรัพย์
ในรายงานของโนมูระ ซึ่งทำการสำรวจตัวอย่างใน 30 ประเทศ และมีความแม่นยำมากที่สุดแห่งหนึ่งด้วยการแทรคข้อมูลย้อนกลับไปตั้งแต่ทศวรรษ 1990 นั้น ได้ระบุว่า นับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจเอเชียปี 2540 นั้น เอเชียกำลังเสี่ยงกับการเกิดวิกฤตการเงินอีกครั้งหนึ่ง แต่ทว่าความตึงเครียดที่เกิดขึ้นนั้นจะจำกัดอยู่ภายในประเทศนั้น ๆ มากกว่า
โดยเฉพาะในฮ่องกง และจีนแผ่นดินใหญ่นั้น กำลังมีปัญหาของหนี้ภาคเอกชน และช่องว่างของราคาสินทรัพย์ที่มากเกินไป โดยฮ่องกงนั้นได้ตรึงค่าเงินไว้กับดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกำลังกลายเป็นความเสี่ยงมากขึ้นเมื่อธนาคารกลางสหรัฐกำลังกลับเข้าสู่นโยบายขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อหนี้ภาคเอกชนของฮ่องกงอย่างมากถ้าหาก
โดยในปัจจุบัน ราคาอสังหาริมทรัพย์ในฮ่องกงกำลังแพงขึ้นทำสถิติแพงที่สุดในโลก ขณะที่การปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ก็ร้อนแรงอย่างมาก ยิ่งทำให้ราคาอสังหาฯแพงเกินไปสำหรับคนรุ่นใหม่ และผู้สูงอายุ ซึ่งปัญหานี้ก็เกิดขึ้นเช่นกันกับในจีนแผ่นดินใหญ่
ทางด้าน นาย อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัยธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ให้ความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า วิกฤตการเงินนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วโลก และจะเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นที่จีนหรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่าไม่น่าเกิดขึ้น เพราะกรณีของจีนนั้นมีการพูดถึงมานานแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหม่ อีกทั้ง ทางด้าน มูดดี้ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับเครดิตชื่อดัง ก็ได้ปรับลดเครดิตของจีนไปแล้ว เพราะหนี้ภาคเอกชนของจีนสูงมาก ราคาบ้านของจีนราคาพุงไม่หยุด
แม้ว่า หลายฝ่ายมองว่ามีโอกาสเกิดภาวะฟองสบู่ แต่ประเด็นเหล่านี้เกิดขึ้นมานาน ซึ่งรัฐบาลจีนก็ควบคุมได้ และมีมาตรการดูแลอย่างต่อเนื่อง จึงไม่น่าเป็นห่วงว่าจะเกิดขึ้น