
คณะอนุกรรมาธิการงบประมาณปี 2564 มีมติตรงกันให้พักงบฯ จัดซื้อเรือดำน้ำลำใหม่ 2 ลำ วงเงิน 2.25 หมื่นล้าน โดยขอให้เลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด แม้กองทัพเรือจะอ้างถึงความจำเป็นในการรักษาความมั่นคงทางทะเลและข้อสัญญาจีทูจีที่ทำไว้กับรัฐบาลจีน
ล่าสุดวันนี้ คณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน พิจารณารายละเอียดงบประมาณของกองทัพเรือ 48,289 ล้านบาท พร้อมทั้งมีมติแขวนงบประมาณจัดซื้อเรือดำน้ำใหม่ 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท โดยเห็นว่าให้เลื่อนการจัดซื้อออกไปก่อน เพราะประเทศประสบปัญหาทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และกองทัพเรือได้จัดซื้อเรือดำน้ำลำแรกไปแล้วตั้งแต่ปี 2561 และกำลังจะได้เรือในปี 2567 จึงเสนอให้รอการพิจารณาจัดซื้อลำที่ 2 และ 3 หลังภาวะการเงินการคลังดีขึ้น
แม้ทางกองทัพเรือจะพยายามชี้แจงถึงเหตุผล แและความจำเป็นว่า หากชะลอออกไปจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อสูงขึ้นกว่าแผนเดิมที่ตั้งไว้ และมีความจำเป็นในการรักษาผลประโยชน์ ความมั่นคงทางทะเล
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร โฆษกคณะกรรมาธิการฯ งบประมาณ 2564 ยังระบุว่า ทางกองทัพเรือได้อ้างถึงสัญญาแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจีที่รัฐบาลไทยทำกับรัฐบาลจีนไว้ ซึ่งจะต้องดำเนินการจัดซื้อ ทางอนุกรรมาธิการจึงขอให้กองทัพเรือนำสัญญามาแสดงต่อที่ประชุม หากสัญญาสามารถเลื่อนได้โดยไม่เกิดความเสียหาย ก็จะขอให้เลื่อนการจัดซื้อไปก่อนเช่นเดียวกับปี 2563 เพื่อจะได้นำงบประมาณส่วนนี้ไปช่วยเหลือประชาชนทั้งปัญหาเศรษฐกิจและภัยพิบัติ
สำหรับการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะที่ปรึกษายังได้ขอคำชี้แจงจากหน่วยงานกรมประชาสัมพันธ์ถึงความเป็นกลางในการทำงาน โดยมี พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ยืนยันถึงความเป็นกลางและไม่ได้เป็นเครื่องมือให้กับรัฐบาลใด