สาวโพสต์เตือนภัยเงียบมากับการกิน หลังน้องสาวป่วยหนักเป็นเบาหวานน้ำตาลทะลุ 500

สาวโพสต์เตือนภัยเงียบมากับการกิน หลังน้องสาวป่วยหนักเป็นเบาหวานน้ำตาลทะลุ 500

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

วันที่ 18 ส.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pornkanok Komvichian ได้เผยแพร่เรื่องราวเตือนภัยของคนที่ชอบกินโดยไม่ห่วงสุขภาพที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวโดยระบุข้อความว่า...

คิดอยู่นานมาก

ว่าจะโพสต์ดีไหมแต่มันสามารถใช้เตือนใครหลายๆคนได้ เดี๋ยวจะมาเล่าเป็นประสบการณ์ที่เป็นเรื่องใกล้ตัวแต่ถูกมองข้าม...

สาวโพสต์เตือนภัยเงียบมากับการกิน หลังน้องสาวป่วยหนักเป็นเบาหวานน้ำตาลทะลุ 500

 

กินไปเรื่อย อยากกินไรก็กินนาทีชีวิตที่ไม่มีลางบอกเหตุใดๆ นาทีชีวิตที่หมอเดินมาบอกครอบครัวว่า

"ไม่รอดนะ น้องน่าจะไม่รู้ตัวว่าเป็นเบาหวาน"

เบาหวานน้ำตาลสะสม เบาหวานน้ำตาลขึ้นสูงทะลุ500+ (วัดครั้งแรก 530) ซึ่งค่าน้ำตาลคนปรกติจะอยู่70-120 ส่งผลให้เลือดเป็นกรด ปอดทำงานหนัก ค่ากรดด่างในเลือดเหลือเพียงเลขตัวเดียว (วัดครั้งแรก 2) จากปกติหมอบอกว่าจะอยู่ที่ 20+ ตอนนั้นนอนหอบ เหงื่อทะลักท่วมตัวอยู่ที่บ้านถ้าส่ง รพ.ไม่ทัน คงได้นอนอืดอยู่บนเตียงในห้องนอนแน่ๆ

#ขอบคุณคนพาส่งโรงพยาบาล ต้องสอดท่อช่วยหายใจ 4 ครั้ง แต่ละครั้งก็สุดแสนจะทรมาน จนแพทย์-พยาบาลต้องจับมัดมือมัดเท้าไว้กับเตียง

สาวโพสต์เตือนภัยเงียบมากับการกิน หลังน้องสาวป่วยหนักเป็นเบาหวานน้ำตาลทะลุ 500

ฉีดยานอนหลับทุกชม.เพื่อพักปอดเจาะวัดน้ำตาลทุก ชม.จนนิ้วพรุน เจาะเลือดไปตรวจจนระบมไปทั้งตัว เจาะให้น้ำเกลือจนไม่มีที่จะเจาะ ต้องย้ายมาเจาะที่เส้นเลือดใหญ่ตรงคอ

เจาะเส้นเลือดทุกเส้นในร่างที่สามารถเจาะได้ห้อยถุงน้ำเกลือ ยาฆ่าเชื้อ อะไรก็ไม่รู้ นับได้6 ถุง สายระโยงระยางเต็มเตียง

เริ่มแรกเดิมทีไม่มีอาการป่วยก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียนออกเป็นน้ำสีน้ำตาลถึงดำ (สีเหมือนน้ำเป๊ปซี่ หายใจหอบเร็วเหมือนคนกำลังวิ่งอยู่ตลอดเวลา ทุกอย่างเริ่มทรุดลง ภาวะแทรกเริ่มเยอะขึ้น เข้ารพ.ตั้งแต่วันที่ 6 จนถึงวันนี้วันที่ 18 ก็ยังพักฟื้นอยู่

#เตือนเลยนะ *กินหวานจัด! ดื่มน้ำอัดลม กินชานมไข่มุก กินกาแฟครีมน้ำตาลเยอะๆ ระวังไว้!!

อาการตอนนี้ : ถอดท่อแล้ว หายใจเองได้ ต้องตรวจน้ำตาลทุกอาหาร 3 เวลาและให้ยาตลอด เพราะน้ำตาลยัง300+ อยู่ การให้ยาคือฉีดใส่พุงตัวเองเท่านั้น! และหากออกจากรพ.ไปก็ต้องฉีดยาเอง แต่เนื่องจากตอนนี้ค่าน้ำตาลยังสูงมากกกกๆหมอเลยยังต้องให้พักฟื้นอยู่

อายุ30ปีทุกคนต่างตกใจกับค่าน้ำตาล อย่าชล่าใจกับการใช้ชีวิต ความทรมานจนตอนนี้จำแทบไม่ได้ คนที่ทรมานที่สุดคือครอบครัวเรา ขอบคุณข้อมูลจากผู้เฝ้าไข้

 

 

related