"ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์" เร่งเยียวยาชาวบ้าน กรณีสร้างเขื่อนเขตหนองจอก

"ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์" เร่งเยียวยาชาวบ้าน กรณีสร้างเขื่อนเขตหนองจอก

"ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์" เผย "รองผู้ว่ากทม." เร่งเยียวยาภายในสิ้นเดือนนี้ ปมความเดือดร้อนชาวบ้าน กรณีสร้างเขื่อนเขตหนองจอก จี้ กทม. ตรวจสอบการใช้งบ หลังสร้างเสร็จแต่พัง ยังไม่ทันได้ตรวจรับ

วันนี้ (20 ส.ค. 63) - น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี หรือ ”มาดามเดียร์” พร้อมด้วย นายศิริพงษ์ รัสมี ส.ส.กทม.เขตหนองจอก พรรคพลังประชารัฐ พาชาวบ้านผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อน ค.ส.ล. และทางเดินริมคลองแสนแสบเขตหนองจอก กทม. เข้าเรียกร้องความเป็นธรรมผ่านคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมภาคประชาชน ว่า หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาจากประชาชน พบว่า โครงการนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2559 แต่ปรากฎว่าเกิดความชำรุดไปหมดแล้ว และเมื่อไปตรวจสอบในกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ2564 พบว่าโครงการนี้ยังมีการก่อสร้างไปแล้ว 86.7% จึงยังไม่มีการรับมอบโอน และในระหว่างการก่อสร้างโครงการดังกล่าว ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ บ้านเรือนได้รับความเสียหาย หลายบ้านไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ เพราะบ้านได้สไลด์ไปกับตัวตลิ่ง รวมถึงชุมชนมัสยิด อาคารรับเลี้ยงเด็กก็เสียหาย ซึ่งตั้งแต่มีการก่อสร้างมีบ้านเรือนที่เสียหายไปทั้งหมด 30 หลัง แต่ก็ยังไม่ได้รับการเยียวยา

"ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์" เร่งเยียวยาชาวบ้าน กรณีสร้างเขื่อนเขตหนองจอก

การดำเนินการครั้งนี้ เป็นการติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาความเดือดร้อน จากการที่ นายศิริพงษ์ รัศมี เขตหนองจอก พรรคพลังประชารัฐได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านโดยได้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำนักงานการระบายน้ำ มารับฟังปัญหา ซึ่งทางรองผู้ว่าฯ กทม.ก็ได้รับปากว่าจะดำเนินการเยียวยาผู้เสียหายจากโครงการนี้ให้แล้วเสร็จ ภายในสิ้นเดือนนี้ โดยให้ผู้รับเหมาเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหาย เพราะโครงการนี้ กทม. ยังไม่ได้ตรวจรับ 100% รวมถึงกรณีนี้ประชาชนเคยได้มีการไปฟ้อง กทม.ต่อศาล แต่ศาลยกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่ามีการดำเนินการตามกระบวนการครบถ้วนแล้ว แต่ความเป็นจริงประชาชนไม่เคยได้รับรู้ข้อมูลโครงการก่อนสร้าง

"ส.ส.กลุ่มดาวฤกษ์" เร่งเยียวยาชาวบ้าน กรณีสร้างเขื่อนเขตหนองจอก

“ไม่มีประชาชนรับรู้ ไม่มีการลงมาพูดคุยทำความเข้าใจใดๆทั้งสิ้น อยู่ดีๆก่อสร้าง และทำลายวิถีชีวิต แต่พอมีการสร้างทึบวิถีชีวิตที่อยู่กับคลองก็หายไปเลย และยังมีชุมชนที่เป็นตลาดที่ในอดีตคนสามารถสัญจรได้ กลายเป็นตัวตลาดที่เป็นร้านค้าติดคลองได้รับผลกระทบ ใน กมธ. เลยเรียกร้องไปที่รองผู้ว่าฯ กทม. เกี่ยวกับเรื่องปัญหาตั้งแต่การมีส่วนร่วม หากมีการชี้แจงทำความเข้าใจให้ประชาชนได้ทราบตั้งแต่ต้นปัญหาก็จะไม่เกิด“ ตัวแทนกลุ่มชาวบ้านที่เดือดร้อนกล่าว

นอกจากนี้ น.ส.วทันยา ยังได้ขอให้ทาง กทม. ได้ตรวจสอบเรื่องของโครงการนี้ เพราะเป็นโครงการที่มีการใช้งบประมาณจำนวนมาก และการสร้างวันนี้ กทม.ยังตรวจรับไม่ได้ แต่สิ่งปลูกสร้างกลับพังหมดแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ต้องมีคำตอบ ไม่ใช่แค่การชดใช้ ทำเหมือนการ “ลูบหน้าปาดจมูก” ด้วยการเยียวยาให้จบไป หรือให้ผู้รับเหมามาแล้วซ่อมให้จบไป แต่ข้อเท็จจริงต้องถามว่าของชำรุดในเวลาที่ไม่ควรชำรุด มันกำลังสะท้อนอะไรหรือเปล่า

related