“รบทำไม ถ้าไม่ชนะ” สุทิน เปิดหมดเปลือก กลยุทธ์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560

“รบทำไม ถ้าไม่ชนะ” สุทิน เปิดหมดเปลือก กลยุทธ์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

รัฐธรรมนูญ ปี 2560 กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญ ที่ถูกเรียกร้องให้มีการแก้ไขเพื่อผ่าทางตันวิกฤตการเมือง

โดยพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ยื่นร่างแก้ไขฯ มาตรา 256 ที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปลดล็อก นำไปสู่การเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ให้เข้ามาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

แต่กระนั้นก็ตามที ก็มีข้อสงสัยต่างๆ ตามมามากมาย โดยเฉพาะการที่พรรคเพื่อไทยไม่ร่วมลงชื่อในร่างแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคก้าวไกล เพื่อปิดสวิตช์ ส.ว. (บทเฉพาะกาล) ไม่ให้มีสิทธิ์เลือกนายกฯ ได้

สปริงนิวส์จึงติดต่อขอสัมภาษณ์ สุทิน คลังแสง ส.ส.เพื่อไทย ประธานวิปฝ่ายค้าน เพื่อคลี่คลายข้อข้องใจต่างๆ ให้กระจ่าง รวมถึงแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 อย่างมีกลยุทธ์ ซึ่งเป็นที่มาของคำกล่าวของเขาที่ว่า “รบทำไม ถ้าไม่ชนะ”

และต่อไปนี้ก็คือการสนทนา ภายในห้องทำงานประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน รัฐสภา โดยมีรูปปั้นกวนอู บนหลังม้าเซ็กเธาว์ ตัวละครสำคัญในวรรณกรรมสามก๊ก ตั้งวางไว้อย่างโดดเด่นบนโต๊ะทำงาน   

“รบทำไม ถ้าไม่ชนะ” สุทิน เปิดหมดเปลือก กลยุทธ์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560

แก้รัฐธรรมนูญ เปิดทางออกให้กับประเทศ

สปริงนิวส์ : หากให้อธิบายในภาพรวม ทำไมต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ?

สุทิน : การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่ามันเป็นวาระที่ทุกคนเห็นรวมกันมาแต่ไหนแต่ไร รัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ทุกวันนี้มันเป็นสภาวะที่ประเทศชาติไม่ปกติ อยู่ในบริบท อยู่ในโครงสร้างของประเทศที่ไม่ปกติ จึงมีคนคิดว่าหลังเลือกตั้ง ควรมีการแก้

แล้วก็เป็นอย่างนี้จริงๆ หลังเลือกตั้งทุกคนก็เรียกร้องอยากให้มีการแก้ไข ก็เห็นความชัดเจน จนพรรคการเมืองต่างๆ ได้เริ่มกระบวนการแก้ไข

ปีที่แล้ว ได้มีการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯ 2560 นั่นก็คือการนับหนึ่ง ที่จะทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมันมีมาก่อนการชุมนุม

แต่ตัวเร่งเร้าที่ทำให้ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญก็คือ การได้เห็นข้อบกพร่อง โดยกลไกที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้มันบริหารประเทศได้ยาก

เราเห็นสภาพการเมืองที่มันมีความอัปลักษณ์ เช่นเราได้รัฐบาลพรรคร่วม 18 พรรค มันมาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เลย

พอใช้มา คนก็เห็นข้อบกพร่องเยอะแยะ แล้วทำให้การเมืองอ่อนแอ ส่งผลให้การแก้ปัญหาของประเทศเป็นไปอย่างติดขัด

หลายคนที่ศึกษาอย่างเป็นระบบก็พบว่า ปัญหาเศรษฐกิจที่แก้ไม่ได้ แก้ยาก มันก็มีสารตั้งต้นมาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้

แล้วที่เห็นชัดเจนตกผลึกในกลุ่มประชาชน จนออกมาชุมนุม หรือเรียกร้องในรูปแบบอื่นๆ ก็ดังขึ้น จึงจำเป็นที่ต้องมีแก้ไขรัฐธรรมนูญ

สปริงนิวส์ : แต่พอจะแก้จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย

สุทิน : รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนวิธีการแก้ไขที่ยากมาก โดยเฉพาะในมาตรา 256 เขียนไว้ว่า การที่จะแก้รัฐธรรมนูญ นอกจากเสียง ส.ส. แล้ว ต้องอาศัยเสียง ส.ว. 1 ใน 3 คือ 84 คน แล้วก็มีขั้นตอนอื่นๆ อีกเยอะแยะ

โดยรวมความแล้วก็คือ คนเขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ วางกับดักไว้ให้แก้ยากที่สุด อันนี้จึงเป็นเหตุที่บอกว่า ครั้งนี้แก้ไม่ง่าย

เพราะฉะนั้นจะต้องแก้ในมาตรา 256 ก่อน ถ้าไม่แก้ ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะเป็นกุญแจดอกแรก ที่เปิดประตูเข้าสู่การแก้มาตราอื่นๆ ได้

“รบทำไม ถ้าไม่ชนะ” สุทิน เปิดหมดเปลือก กลยุทธ์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560

รัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตราที่เกี่ยวกับ ส.ว.

สปริงนิวส์ : หลายคนมองว่า มาตราเกี่ยวกับ ส.ว. โดยเฉพาะมาตรา 272 ที่ให้ ส.ว. บทเฉพาะกาล 250 คน เลือกนายกฯ ได้ คือปัญหาสำคัญของรัฐธรรมนูญ ปี 2560

และเมื่อพรรคก้าวไกล จะยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมในมาตราที่เกี่ยวกับ ส.ว. ทำไมพรรคเพื่อไทยไม่ร่วมลงชื่อด้วย ?

สุทิน : คือตรงนี้เนี่ย เห็นตรงกันนะเรื่องเป้าหมาย เป้าหมายเพื่อไทยกับก้าวไกล เห็นตรงกันว่า ต้องตัดอำนาจ ส.ว.

โดยเฉพาะเพื่อไทย อยากตัดมาก คราวที่แล้วชนะได้ที่ 1 แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ก็เพราะ ส.ว.

แล้ววันนี้ ถ้ายังคงอำนาจ ส.ว. ไว้เช่นเดิม ถึงเราชนะเลือกตั้ง ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นว่าไปแล้ว เพื่อไทยอยากแก้กว่าทุกพรรค เป็นผลประโยชน์ของเราด้วย แต่มันต่างตรงวิธีการว่า แก้อย่างไรจึงจะสำเร็จ ต่างกันตรงนี้

ก้าวไกลก็มองว่า ยื่นตอนนี้เลย แก้มาตรา 272 คือเสนอเข้าสู่สภา ตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ

คือก้าวไกลมองว่า ซัดซะตอนนี้เลย ตั้งแต่ต้นทางเลย มันจะทำให้ครั้งหน้าเบา ก็มีเหตุผล อันนี้ก็เคารพกัน

แต่เรา (เพื่อไทย) มองว่า ถ้าทำวิธีการนี้จะสำเร็จยาก เพราะว่ามันต้องอาศัยเสียง ส.ว. มายกมือตัดอำนาจตัวเอง จึงคิดว่ามันเป็นไปได้ยาก

เราก็เห็นอีกช่องหนึ่งก็คือ แก้มาตรา 256 แล้วก็ตั้ง ส.ส.ร. พอได้ ส.ร.ร. ปั๊บ ก็ให้ ส.ส.ร. ตัดอำนาจ ส.ว. คือเอามือคนอื่นตัด มันเป็นไปได้มากกว่าให้เขาตัดอำนาจตัวเอง

ถ้าเปรียบกับการรบ ผมมักใช้คำพูดว่า ถ้ารบยังไม่ชนะ รบทำไม เปรียบกับการบ มันมีสองแนวรบ แนวรบที่ 1 คือ รบแบบแก้มาตรา 272 เป้าหมายคือ ตัดอำนาจ ส.ว.

แนวรบที่ 2 ก็ตัดเหมือนกัน แต่มุ่งแก้มาตรา 256 เปิดทางแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิด ส.ส.ร. ขึ้นมา เป้าหมายก็คือตัดอำนาจ ส.ว.เหมือนกัน

แต่เมื่อมาดูว่า อันไหนมันยาก อันไหนมีโอกาสชนะ แนวรบแก้มาตรา 272 เราคิดว่ายากกว่า สู้เขายาก เราจึงมุ่งสู่แนวรบด้านแก้มาตรา 256 แล้วตั้ง ส.ส.ร.

การยื่นแก้มาตรา 272 เมื่อรู้ว่าตอนนี้เขา (ส.ว.) คัดค้านแน่ เราก็หลบมาก่อน ก็เลี่ยงมาที่การแก้มาตรา 256 แล้วให้ ส.ส.ร. มาแก้มาตรา 272

ถ้าใช้วิธีนี้ นอกจากได้ ส.ส.ร.แล้ว เราจะได้อีกหลายอย่างเลย ส.ส.ร. เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับได้ เพราะยังมีมาตราอื่นๆ อีกเยอะ ที่มันไม่เป็นประชาธิปไตย

สปริงนิวส์  : สมมติว่า การยื่นมาตรา 256 ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่กว่าจะได้ ส.ส.ร. กว่ารัฐธรรมนูญใหม่จะเขียนเสร็จ ฯลฯ ก็ต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน

แต่ในกรณี ถ้าแก้มาตราที่เกี่ยวกับ ส.ว. ตั้งแต่เนิ่นๆ สมมติว่า รัฐสภาเห็นชอบ แล้วหากมีการยุบสภา ก็ยังพออุ่นใจได้ว่า อย่างน้อยๆ หลังเลือกตั้ง ส.ว. ก็ไม่มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกฯ

สุทิน : อันนี้ก็คือเป็นจุดหนึ่งที่เรากังวล พรรคก้าวไกล ก็ห่วงตรงนี้ ซึ่งเขาก็ห่วงแบบมีเหตุผลว่า เกิด ส.ส.ร. ทำงานช้า กว่าจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กว่าจะตัดอำนาจ ส.ว. ได้ เกิดยุบสภาก่อน แล้วเลือกตั้ง มันก็กลับมาในกติกาเดิม

พรรคอื่นก็ยังได้เปรียบ ฝ่ายประชาธิปไตยก็ยังเสียเปรียบอยู่ เราก็จะเสียโอกาส ซึ่งตรงนี้เป็นความห่วงใยที่มีเหตุผล เราก็กังวลเหมือนกัน

โดยการแก้ไขมาตรา 256 น่าจะมีการโหวตและผ่านในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายน (2563) หลังจากนั้นเราก็จะยื่นขอแก้มาตรา 272 ที่เกี่ยวกับ ส.ว.

เราไม่ได้บอกจะไม่ยื่นแก้มาตรา 272 เราจะยื่น แต่ช้านิดนึง รอให้โหวตแก้มาตรา 256 ผ่านก่อน

แต่ถ้าทำแบบก้าวไกล คือยื่นขอแก้มาตรา 272 เลย มันถูกตีตกอยู่ดี เราก็ตัดอำนาจเขา (ส.ว.) ไม่ได้ เพราะเราเชื่อว่า มันไม่ผ่าน เพราะฉะนั้นเรามองที่มันเป็นไปได้ก่อน คือการแก้มาตรา 256 เพื่อให้มี ส.ส.ร. มันมีความเป็นไปได้

เราไม่ได้นั่งคิดเอง มโนเองนะ แต่ประเมินความคิดเห็นจาก ส.ว. เราก็มีพรรคมีพวกมีคนรู้จัก เราเจาะข่าว เจาะลึกว่าเขาคุยกันยังไง เขาคิดกันอย่างไร เขาจะเอาไม่เอา จนประมวลได้ว่า เขา (ส.ว.) ไม่รับ ถ้าขอยื่นแก้มาตรา 272 เขาไม่เอา เขาสู้ด้วย

ไม่ได้หมายความว่าทุกคนหรอก แต่ส่วนใหญ่แล้วเนี่ยเขาจะไม่เอา อาจจะมีบางส่วนที่ ส.ว.เสียงแตก อย่างคุณวันชัยพูดประมาณว่า ยินดีแก้ ยินดีให้ตัดอำนาจตัวเอง แต่เราเจาะดูแล้วมันมีคนคิดอย่างนี้อยู่ไม่เยอะ

เพราะฉะนั้นเราทำงานบนการประเมินที่มีการเจาะลึก เป็นวิทยาศาสตร์ หมายความว่า ก่อนจะรบเนี่ย เราศึกษาจนรู้เขา รู้เรา

มีคนย้อนถามผมว่า ยังไม่รบเลย ทำไมบอกว่าจะแพ้ จริงๆ การรบสมัยนี้ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงรบเอาคำตอบ คำตอบมันรู้ก่อนรบก็ได้ และดีกว่าด้วย ถ้าเราสามารถรู้คำตอบก่อนรบ

สปริงนิวส์ : จากกรณีที่เพื่อไทยไม่ร่วมลงชื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกับพรรคก้าวไกล ถามตรงๆ ตอนนี้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยังเป็นเอกภาพอยู่หรือเปล่าครับ ?   

สุทิน : เป็นๆ เพราะว่าความเห็นต่างอย่างนี้ เคยมี ทำงานมากับก้าวไกล กับพรรคร่วม หลายอย่างที่ไม่เหมือนกัน บางครั้งอาจจะไม่เข้าใจกัน สักพักก็มาปรับความเข้าใจกันได้ มันปรับไม่ยากหรอก เพราะว่าเป้าหมายคือประชาธิปไตยเหมือนกัน

แต่ถ้าเป้าหมายใหญ่ คนหนึ่งจะเอาเผด็จการ คนหนึ่งจะเอาประชาธิปไตย อันนั้นพูดยาก แต่นี่ประชาธิปไตยด้วยกัน คุยกันได้

“รบทำไม ถ้าไม่ชนะ” สุทิน เปิดหมดเปลือก กลยุทธ์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560

รัฐธรรมนูญที่ดี คือรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน

สปริงนิวส์ : ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้จะเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็ต้องใช้ระยะเวลาไม่น้อย ไปๆ มาๆ แล้ว รัฐบาลจะใช้เป็นข้ออ้างสร้างความชอบธรรม ในการอยู่ในอำนาจต่อไปเรื่อยๆ หรือไม่ครับ ?

สุทิน : คือวันนี้ คนก็คิดแบบนี้แหละว่า การเสนอแก้รัฐธรรมนูญ มันเหมือนต่ออายุให้รัฐบาล

ถ้าดูคร่าวๆ เหมือนใช่ เช่นวันนี้รัฐบาลก็มาเสนอแก้รัฐธรรมนูญเหมือนเรา แล้วพอสภารับหลักการปั๊บ รัฐบาลก็อาจจะอ้างได้ นี่ไงก็เสนอแก้แล้วไง อาจจะทำให้รัฐบาลชอบธรรมขึ้นบ้าง

แต่เราถือว่าเป็นลงทุน เพื่อที่จะได้รัฐธรรมนูญที่ดี ดีกว่าที่เราจะไม่ยอมทำอะไรเลย แล้วจะล้มเขาซะเลย ล้มเขาให้ได้วันนี้ แล้วเขาก็ยังไม่ร่วมแก้รัฐธรรมนูญด้วย

สปริงนิวส์ : รัฐธรรมนูญที่ดี ในความหมายของคุณคือ ?

สุทิน : จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เราสรุปได้แล้วว่า รัฐธรรมนูญที่ดีคือ รัฐธรรมนูญที่คนไทยยอมรับมากที่สุด

แล้วทำยังไงจะยอมรับ ก็ให้ประชาชนเขียน คนใดคนหนึ่งเขียนไม่ยอมรับหรอก ดีขนาดไหนก็ไม่รับ แต่ถ้าให้ประชาชนเขียน ก็เหมือนรัฐธรรมนูญ ปี 2540 โดยผ่าน ส.ส.ร.

สปริงนิส์ : สุดท้ายนี้ ต้องการฝากอะไรถึงผู้อ่านและผู้ชมสปริงนิวส์บ้างครับ ?

ผมกราบเรียนพี่น้องประชาชนนะครับว่า เรื่องการแก้รัฐธรรนูญเนี่ย พรรคเพื่อไทยมุ่งมั่นมาก เราเป็นฝ่ายถูกกระทำ จึงอยากแก้เป็นพิเศษ

ด้วยความที่เราผ่านประสบการณ์มาเยอะ จึงรู้ว่าแก้อย่างไรจึงสำเร็จ อาจจะต้องหวานอมขมกลืนในบางจังหวะ จะอดเปรี้ยวกินหวาน อาจจะไม่สะใจ ไม่ทันใจ

แต่วิธีที่เราวางไว้คือ มุ่งความสำเร็จ แล้วสำเร็จจริง มั่นใจว่าสำเร็จจริง เราจึงต้องเดินอย่างรอบคอบ ไม่ทันใจ แต่ให้ทุกท่านมั่นใจได้ อย่างน้อยที่สุดเราจะได้รัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนเขียน

และถ้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ ส.ส.ร.เขียนเป็นฉบับที่ประชาชนยอมรับ ผมเชื่อว่าประเทศก็จะกลับมาสู่ความสมานฉันท์ ไม่มากก็น้อย

เพราะกติกาใหม่ซึ่งทุกคนยอมรับ มันก็จะเป็นพื้นฐานให้กับสังคมเดินต่อไปได้ ขอให้มั่นใจ เราแก้จริง และวางกลยุทธ์ไว้จนมั่นใจว่า สำเร็จแน่นอน

“รบทำไม ถ้าไม่ชนะ” สุทิน เปิดหมดเปลือก กลยุทธ์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560

related