สะเทือนขวัญ คนร้ายจัดฉาก ฆ่าปาดคอยายวัย 74 ชิงทองหลบหนี

เจ้าหน้าที่ล่าคนร้าย ก่อเหตุอุกอาจ ฆ่าปาดคอชิงทรัพย์ยายวัย 74 ปี กลางเมืองพิษณุโลก เบื้องต้นพบว่าสร้อยข้อมือ-แหวนหายไปจากตัวเหยื่อ เร่งแกะรอยจากกล้องวงจรปิด

3 ก.ย. 2563 ร.ต.อ.สมเกียรติ บุญมีจิว รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งเกิดเหตุฆาตกรรมภายในบ้านพัก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อม แพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร

 

ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ซึ่งเปิดเป็นร้านเสริมสวย ใกล้เคียงกับ ห้างสรรพสินค้าท็อปแลนด์พลาซ่า บริเวณห้องน้ำพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสูงอายุ ทราบชื่อคือนางบัญญัติ อายุ 74 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านพัก ที่ลำคอมีบาดแผลถูกของมีคมบาดเป็นแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่

 

จากการตรวจสอบพบทรัพย์สินของผู้ตายหายไป สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท สร้อยข้อมือหนัก 50 สตางค์และแหวนอีก 1 วง ในเบื้องต้นรับแจ้งว่ามีรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยมาจอดอยู่หน้าบ้านพักในช่วงเช้า ก่อนที่จะมีลูกสะใภ้มาพบศพ

 

ด้านนางมนัส อายุ 46 ปี ลูกสะใภ้ผู้เสียชีวิต เล่าว่า ผู้ตายพักอาศัยอยู่ภายในบ้านเพียงคนเดียว ตัวเองมาหาแม่ตามปกติแต่เอะใจเพราะประตูหน้าบ้านเปิดอยู่ เข้าไปดูเห็นแม่นอนล้มอยู่ ซึ่งทรัพย์สินส่วนตัวแม่ที่หายไป คือสร้อยพระ สร้อยข้อมือ และแหวน

 

"คนร้ายใจร้ายมาก ขอสาปแช่งมัน เศรษฐกิจมันแย่ด้วยโจรถึงเยอะแต่ก็ไม่น่าทำกับคนแก่ได้"นางมนัส กล่าว

 

นายสรายุทธ อายุ 51 ปี ลูกชายคนที่ 2 เล่าให้ฟังว่า พ่อเสียชีวิตไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จากนั้นแม่อยู่คนเดียวมาตลอด ทุกๆวันจะเป็นคนมาปิดบ้านให้แม่ จนวันนี้น้องสะใภ้โทรตามว่าแม่โดนฆ่าตายหัวใจแทบสลาย

 

ส่วนตัวแล้วแม่เป็นคนดี คิดบวก ไม่เคยคิดร้ายกับใคร เมื่อก่อนร้านนี้เคยเปิดเป็นร้านเสริมสวย แต่พอพ่อเสียก็บอกว่าอยากให้แม่พักไม่ให้ทำงานอีกแล้ว แต่แม่ก็ยังแอบทำผมให้กับลูกค้าอยู่บ้าง

 

ขณะที่นายเพชร อายุ 48 ปี อยู่ข้างบ้านผู้เสียชีวิต เล่าให้ฟังว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. เห็นรถจักรยานยนต์ จอดอยู่หน้าร้าน และเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาก่อนที่จะหายกลับเข้าไป รูปร่างๆท้วมๆ อายุประมาณ 30 ปี ลักษณะคล้ายทอม

ด้าน พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาเก็บหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ รอหมอตรวจสอบชันสูตรเรื่องบาดแผลว่าน่าจะเกิดจากอาวุธแบบไหน เพื่อเชื่อมโยงว่าใครก่อเหตุ และทำเพราะอะไร พร้อมส่งชุดสืบลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งชิงทรัพย์ เหตุส่วนตัวทะเลาะวิวาท ขอเวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานเพื่อหาข้อมูลประกอบทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม จะเร่งทำงานอย่างเต็มที่ เพราะคดีนี้เป็นคดีอุกอาจ สะเทือนขวัญเป็นอย่างมาก มั่นใจจะสามารถจับตัวคนร้ายได้โดยเร็ว

related