
แอมเนสตี้ ออกปฏิบัติการด่วน เชิญชวนสมาชิก นักกิจกรรม และผู้สนับสนุนกว่า 8 ล้านคนทั่วโลก ร่วมกันส่งจดหมายถึงนายกฯ ไทย เรียกร้องให้ยกเลิกข้อหาผู้ชุมนุมทั้ง 31 คน รวมถึงอย่าขัดขวางการชุมนุมของประชาชน
สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ออกปฏิบัติการด่วน เชิญชวนสมาชิก นักกิจกรรม และผู้สนับสนุนกว่า 8 ล้านคนทั่วโลก ร่วมกันส่งจดหมายถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกร้องทางการไทยยกเลิกข้อหาต่อผู้ชุมนุมทั้ง 31 คน ยุติการขัดขวางการเข้าร่วมชุมนุมของประชาชน หรือปิดปากเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และการแสดงความเห็นในประเด็นทางสังคม
รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกกฎหมายที่มีเนื้อหากำกวมหรือคลุมเครือ เพื่อให้กฎหมายเหล่านี้มีเนื้อหาสอดคล้องกับพันธกิจของประเทศที่จะเคารพ คุ้มครอง และเติมเต็มสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ ซึ่งการรณรงค์นี้จะมีไปถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2563
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ผู้ชุมนุมอย่างสงบ 31 คนประกอบไปด้วยนายอานนท์นำภานายบารมีชัยรัตน์นายชลธิศโชติสวัสดิ์นายเดชาธรบํารุงเมืองนายจักรธรดาวแย้ม
นายจตุภัทร์บุญภัทรรักษานางสาวจิรฐิตาธรรมรักษ์นางสาวจุฑาทิพย์ศิริขันธ์นายกานต์นิธิลิ้มเจริญนายกรกชแสงเย็นพันธ์นายกฤษณะไก่แก้วนางสาวลัลนาสุริโยนายณวรรษเลี้ยงวัฒนานายณัฐพงษ์ภูแก้ว
นายณัฐวุฒิสมบูรณ์ทรัพย์นางสาวเนตรนภาอํานาจส่งเสริมนางสาวปนัสยาสิทธิจิรวัฒนกุลนายภานุมาศสิงห์พรมนายภาณุพงศ์จาดนอกนายพริษฐ์ชิวารักษ์นางสาวพิมพ์สิริเพชรน้ำรอบนายปรัชญาสุรกําจรโรจน์
นางสาวสิรินทร์ มุ่งเจริญ นางสุวรรณา ตาลเหล็ก นายทักษกร มุสิกรักษ์ นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี นายธนชัย เอื้อชา นายธนายุทธ ณ อยุธยา นายธานี สะสม นายทศพร สินสมบุญ และนายยามารุดดิน ทรงศิริ
อาจได้รับโทษจำคุกสูงสุดเจ็ดปี เนื่องทางการไทยออกหมายจับแกนนำและนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยจำนวน 15 คน จากบทบาทในการจัดการชุมนุมที่กรุงเทพ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ส่วนผู้ชุมนุมอีก 16 คนได้รับหมายเรียกและถูกแจ้งข้อหาจากเหตุการณ์เดียวกัน
“ทั้ง 31 คนถูกดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรงรวมทั้งยุยงปลุกปั่น ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีเนื้อหากำกวมและจำกัดเสรีภาพที่รัฐบาลมักใช้เพื่อปิดปากผู้วิพากษ์วิจารณ์
“หากศาลตัดสินว่ามีความผิด นักกิจกรรมแต่ละคนอาจได้รับโทษจำคุกสูงสุดเจ็ดปี การจับกุมผู้ชุมนุมอย่างสงบที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ แสดงให้เห็นถึงการปราบปรามเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่ที่เข้มข้นขึ้น”
แอมเนสตี้ยังกังวลว่าข้อหามีขอบเขตและเนื้อหากว้างขวางเช่นนี้กำลังถูกใช้เพื่อปิดปากผู้วิจารณ์รัฐบาลของไทยซึ่งมีประวัติการจับกุมโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือมีแรงจูงใจทางการเมืองมาอย่างยาวนานและเสียใจที่มีการปราบปรามการจัดกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะซึ่งมีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น
โดยตามกฎหมายและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศการเข้าร่วมและการจัดการชุมนุมโดยสงบเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน
เช่นเดียวกับการมีสิทธิในเสรีภาพการแสดงความเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล การใช้สิทธิเหล่านี้ไม่อาจถือเป็นความผิดทางอาญา และไม่ควรได้รับการปฏิบัติเช่นนั้น
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลจึงเชิญชวนสมาชิก นักกิจกรรม ผู้สนับสนุน ตลอดจนผู้ที่สนใจประเด็นสิทธิมนุษยชนทั่วโลก เขียนจดหมายถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย เรียกร้องให้ยกเลิกข้อหาต่อผู้ชุมนุมทั้ง 31 คนและบุคคลอื่นๆโดยทันที
พวกเขาถูกดำเนินคดีเพียงเพราะใช้สิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบและยุติความพยายามหรือการดำเนินงานใดๆที่มีเป้าหมายเพื่อขัดขวางการเข้าร่วมของสาธารณะในการชุมนุมโดยสงบหรือการปิดปากเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและการแสดงความเห็นในประเด็นทางสังคม
รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกกฎหมายที่มีเนื้อหากำกวมหรือคลุมเครือ เพื่อให้กฎหมายเหล่านี้มีเนื้อหาสอดคล้องกับพันธกิจของประเทศที่จะเคารพ คุ้มครอง และเติมเต็มสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ