
“ณัฏฐพล” ขึ้นเวทีกิจกรรมนักเรียนเลว รับฟังความเห็นตัวแทนก่อนนำไปสู่การแก้ไข ยอมรับปัญหามีมานาน "นักเรียนเลว" เรียกร้อง 3 ข้อ หากรมว.ศธ.ทำไม่ได้ ก็ไม่สมควรดำรงตำแหน่ง ควรลาออก
ที่กระทรวงศึกษาธิการ แกนนำกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ทั้งมัธยมต้นและมัธยมปลาย ร่วมกับองค์กรนักเรียน 50 แห่งทั่วประเทศ รวมตัวจัดกิจกรรมบริเวณริมถนนหน้า ศธ. ซึ่งได้มีการตั้งเวทีจัดกิจกรรมดีเบตระหว่างตัวแทนกลุ่มนักเรียน และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในประเด็นแสดงพลังปฎิรูปการศึกษาเพื่ออนาคตของพวกเหล่านักเรียน พร้อมยื่น 3 ข้อเรียกร้องให้ ศธ.พิจารณา ได้แก่
1.ต้องทำให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัย ไม่ถูกคุกคาม
2.ยกเลิกกฎที่มีเนื้อหาล้าหลัง
3.ปฏิรูปการศึกษาไทยทั้งระบบ
โดยมีเงื่อนไขหากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ไม่สามารถดำเนินการตามข้อเรียกร้องนี้ได้ให้ลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้ผู้มีความสามารถมากกว่าเข้ามาดำเนินการ
ต่อมาเวลา 17.10 ตัวแทนนักเรียนได้เข้ามาพูดคุยกับนายณัฏฐพล พร้อมพูดถึงแนวทางการขึ้นเวทีดีเบตกับกลุ่มแกนนำนักเรียน บนเวที โดย นายณัฏฐพล ยืนยันไม่ได้มีความเห็นต่างกับกลุ่มนักเรียน ดังนั้นจะเรียกว่าเป็นการดีเบตไม่ได้ เพราะการดีเบตเป็นการนำผู้เห็นต่างมาโต้วาที แต่กรณีนี้ตนเห็นด้วย ซึ่งเมื่อคราวที่แล้วข้อเสนอของกลุ่มนักเรียน ตนได้นำปัญหาต่างๆ มาแก้ไขปัญหา และนำมาพิจารณาไปบ้างแล้ว ซึ่งตนเคยพูดไปแล้วว่าได้นำเรื่องไหนมาพิจารณาบ้าง บางเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล ซึ่งแนวทางการพูดคุยกันก็ชัดเจน ไม่ได้ข้ออะไรที่ต้องมาขัดแย้ง
เมื่อถามว่า ครั้งที่แล้วเจอกับกลุ่มนักเรียนมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปตามข้อเสนอบ้าง โดยนายณัฏฐพล กล่าวว่า เรื่องที่ตนได้รับฟังความคิดเห็นมา คือ เรื่องทรงผม ซึ่งตนได้ยกเลิกกฏระเบียบมาทันที โดยใช้เวลาตัดสินใจเพียงหนึ่งวัน หลังจากนี้ตนขอเวลาในการเปิดช่องทางออนไลน์ เพื่อเป็นช่องทางที่จะทำให้คำร้องของน้องนักเรียนและครู ตามสถานศึกษาต่างๆ สามารถส่งข้อเรียกร้องโดยตรงมายังกระทรวงศึกษาธิการ โดยไม่ต้องกังวลถึงความไม่ปลอดภัยของข้อมูล
ซึ่งในวันนี้ตนได้เปิดเวบไซต์ดังกล่าวขึ้นมาแล้ว ฉะนั้นตนได้ทำทุกอย่างตามสัญญาของการปฏิรูปการศึกษา การพัฒนาหลักสูตรหลายหลายด้าน หลายกระบวนการแล้ว ซึ่งทั้งหมดอยู่ในกระบวนการที่ทำอยู่ และเมื่อมีกระบวนการคัดกรองและรับฟังความคิดเห็น แล้ว เราก็พร้อมที่จะให้นักเรียนนักศึกษามีส่วนร่วม ถึงหลักสูตรต่าง ๆ ตรงนั้น ซึ่งหลักสูตรการเรียนการสอนต่าง ๆ บางครั้งนักเรียนไม่ทราบ รวมถึงเป็นหลักสูตรที่ทำให้เขาไม่สามารถได้รับรู้การดำรงชีวิตและการแข่งขันในโลกใบนี้ได้ ดังนั้นหลักสูตรการศึกษาจะต้อง มี ผู้เกี่ยวข้องทั้งนักเรียนและนักศึกษา นักวิชาการตามบริบททั้งเวทีในประเทศและเวทีโลกร่วมพูดคุยกัน