
ทำไม ส.ว. จึงกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญ ในการแก้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 แล้วเหตุใดจึงมีกระแสเรียกร้องให้ปิดสวิตช์ ส.ว. ?
สรุปแบบเข้าใจง่าย ทำไม ส.ว. จึงกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญ ในการแก้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 ? แล้วเหตุใดจึงมีกระแสเรียกร้องให้แก้ไขในมาตราที่เกี่ยวข้องกับ ส.ว. หรือที่เรียกว่า ปิดสวิตช์ ส.ว. สปริงนิวส์ สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ดังต่อไปนี้
1. ที่มาของ ส.ว. ชุดปัจจุบัน จำนวน 250 คน
ส.ว.ชุดปัจจุบัน (บทเฉพาะกาล) มีจำนวน 250 คน เป็น ส.ว.แต่งตั้ง โดยรัฐบาล คสช. แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ
1.1 เป็น ส.ว. โดยตำแหน่ง 6 คน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหม , ผู้บัญชาการทหารสูงสุด , ผู้บัญชาการทหารบก , ผู้บัญชาการทหารอากาศ , ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
1.2 ให้กลุ่มอาชีพต่างๆ เลือกกันเอง จนได้รายชื่อ 200 คน แล้วส่งให้ คสช. เลือก 50 คน และสำรองไว้ 50 คน
1.3 คณะกรรมการสรรหา ส.ว. (แต่งตั้งโดย คสช.) เลือกมา 400 คน ส่งให้ คสช. (เลือกอีกที) จนเหลือ 194 คน
โดยสรุปแล้ว ส.ว. ชุดนี้ ก็มีที่มาจากการคัดแลือกและแต่งตั้งโดย คสช. อีกทั้งยังมีอำนาจสูงกว่า ส.ว. ที่ผ่านมา (ดังจะกล่าวในข้อต่อๆ ไป)
และเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช. เป็นนายกฯ อีกสมัย ในรัฐบาลปัจจุบัน ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกตั้งคำถามว่า นี่เป็นการสร้างความได้เปรียบให้กับกลุ่ม คสช.เดิม หรือไม่ ?
2. แก้รัฐธรรมนูญ ต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3
โดยสรุปแล้ว รัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 256 กำหนดไว้ว่า นอกจากเสียงของ ส.ส. แล้ว ในวาระที่ 1 และ 3 จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ส.ว. จำนวน 1 ใน 3 หรือประมาณ 84 คน จึงจะสามารถทำการแก้ไขได้
3. ส.ว. ชุดปัจจุบัน มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกฯ ได้
รัฐธรรมนูญ ในบทเฉพาะกาล มาตรา 272 ระบุไว้ว่า ส.ว. แต่งตั้ง จำนวน 250 คน สามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้
ซึ่งจากข้อกำหนดข้างต้น ทำให้มีเสียงเรียกร้องว่า จะต้องมีการเสนอแก้ในมาตราที่เกี่ยวข้องกับอำนาจ ส.ว. หรือปิดสวิตช์ ส.ว. ไปเสียแต่เนิ่นๆ
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ตามที่กล่าวไว้ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องอาศัยเสียงจาก ส.ว. จำนวนหนึ่ง แล้วถ้าให้ ส.ว.โหวตตัดอำนาจตัวเอง หลายฝ่ายจึงมองว่า เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากมาก
แม้ตอนนี้เริ่มมี ส.ว.หลายรายออกมายืนยันว่า พร้อมโหวตเพื่อให้ตัดอำนาจตัวเองในการเลือกนายกฯ
ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า ในกรณีที่มีการยื่นแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ในมาตราดังกล่าว จะมี ส.ว. กี่ราย ที่โหวตตามที่กระแสสังคมเรียกร้อง