"จตุพร" เผย เพิ่งเคยเห็นการปล่อยตัวแบบพิเศษ ย้ำ รู้ตัวต้องสู้ในสนามรบไหน

"จตุพร" เผย เพิ่งเคยเห็นการปล่อยตัวแบบพิเศษ ย้ำ รู้ตัวต้องสู้ในสนามรบไหน

"จตุพร"รับเพิ่งเคยเห็นการปล่อยตัวแบบพิเศษ คิดหนักจะเกิดอะไรขึ้น ย้ำรู้ตัวต้องสู้ในสนามรบไหน เมื่อใด ยันไม่มีแก้ รธน.ได้สักมาตราเดียว เชื่อ รปห.สำเร็จ แต่ไม่ทำให้ทุกเรื่องจบได้

เมื่อ 8 ก.ย. 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk กล่าวถึงการปล่อยตัวนายอานนท์ นำภา และนายภานุพงศ์ จาดนอก ผู้ต้องหาชุมนุมทางการเมืองออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เมื่อวานนี้ (7 ก.ย.) ว่า เป็นการปล่อยตัวแบบพิเศษ และไม่ปกติ จึงต้องคิดอ่านในกระดานต่อสู้อย่างรอบคอบ

นายจตุพร กล่าวว่า การปล่อยตัวบุคคลทั้งสองนั้น เพิ่งเห็นเป็นกรณีแรก เพราะ สน.สำราญราษฎร์ ยื่นถอนประกันตัว โดยอ้างถึงการสอบสวนคดีได้สิ้นสุดลงแล้ว เท่ากับเป็นการยื่นปล่อยตัวแบบพิเศษ ซึ่งทำให้ต้องคิดมากกว่าเดิมอีก

"การปล่อยแบบผิดปกติ ต้องทำให้คิดมากกว่าเดิม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์มาปล่อยตัวด้วยตัวเองอีก จึงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่า ต้องการให้ 2 คนนี้มาปราศรัยในวันที่ 19 ก.ย.ที่ธรรมศาสตร์ และคิดต่อไปอีกว่า กระดานนี้จะนำไปสู่อะไร"

"จตุพร" เผย เพิ่งเคยเห็นการปล่อยตัวแบบพิเศษ ย้ำ รู้ตัวต้องสู้ในสนามรบไหน

รวมทั้ง กล่าวว่า เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ถ้ามองเพียงปรากฎการณ์แล้ว และคิดเข้าข้างตัวเองนั้น จะทำให้ผิดพลาด เพราะการปล่อยรอบนี้ไม่ธรรมดา และไม่จบเท่าที่เห็นได้ ดังนั้น สถานการณ์ขณะนี้ต้องตั้งหลัก คิดให้รอบคอบ

สำหรับการชุมนุมของเยาวชน คนหนุ่มสาวถือเป็นสิทธิเสรีภาพ รัฐต้องอำนวยความสะดวกทุกเรื่องราว และต้องมองผู้ชุมนุมเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ อีกอย่างสถานการณ์ที่ผ่านมาในรอบ 10 ปีไม่ได้จบที่การชุมนุมอย่างเดียว

ในอดีตขบวนการเสื้อแดงมีคนมาร่วมมากมายระดับแสนคน แต่ขณะนี้ เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ตื่นตัวทางการเมือง ถือเป็นปรากฎการณ์ใหม่ ดังนั้นระยะเวลาจะฝึกถึงความอดทนในการชุมนุมต่อสู้อย่างยืดเยื้อยาวนาน ส่วนการสิ้นสุดลงมักเกิดขึ้นแต่ละรูปแบบ และมีผลลัพธ์แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละฝ่ายล้วนต้องการได้ประชาธิปไตยที่ถูกต้อง

ส่วนการแก้ รธน. นั้น พรรคเพื่อไทยจะยื่นอีก 4 มาตรา คือ ปิดสวิตซ์ ส.ว. ตาม ม.272 ประเด็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ การรับรองคำสั่งของ คสช. และอื่นๆ อีกทั้งการยื่นไปแล้วในการแก้ ม.256 แต่ตนยังยืนยันว่าจะไม่ได้แก้แม้แต่มาตราเดียว

วันนี้หวังว่า การแก้ รธน.จะเกิดขึ้น แต่ในกระดานการเมืองพอจะเห็นว่า ใครคิดการณ์กันอย่างไร ส่วนตัวเองนั้น ยังยืนยันในการทำสงครามในสนามรบที่กำหนดเองได้ การต่อสู้หนนี้ของคนหนุ่มสาวถือเป็นการจุดประกายที่ยิ่งใหญ่

"ที่สำคัญที่สุด ผมควรจะรู้ว่า ผมควรทำสงครามตอนไหน ดังนั้นสถานการณ์ขณะนี้ เราอยู่ในสถานะเหมือนคนคัดท้าย ส่งเสียประคับประคอง ใครจะเห็นค่า ไม่เห็นค่าก็แล้วแต่"

"จตุพร" เผย เพิ่งเคยเห็นการปล่อยตัวแบบพิเศษ ย้ำ รู้ตัวต้องสู้ในสนามรบไหน

นายจตุพร ย้ำว่า การต่อสู้ทางการเมืองไม่ควรมีใครตายหรือติดคุกแม้คนเดียว ส่วนเรื่องประหลาดใจจากปรากฎการณ์ปล่อยตัวทนายอานนท์กับภานุพงศ์เมื่อวานนี้ (7 ก.ย.) ต้องคิดหนัก ว่าจะนำไปสู่อะไร และเราต้องประเมินสถานการณ์ถึงการเดินไปสู่ปลายทางเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นายจตุพร เชื่อว่า รธน. 60 ไม่ได้ร่างขึ้นมาเพื่อให้มีการแก้ไข แต่ต้องการให้ฉีก และส่งต่อให้คณะรัฐประหารชุดใหม่ต่อไป พร้อมยืนยันว่า การทำการรัฐประหารก็ไม่ทำให้เรื่องจบได้ แต่ที่สำคัญเชื่อว่า ประชาชนทั้งแผ่นดินจะเป็นผู้กำหนดชะตากรรมเองทั้งหมด

related