'ศิริชัย' ลาออก  ส่อวิกฤต! ก.ต. รอบใหม่

'ศิริชัย' ลาออก  ส่อวิกฤต! ก.ต. รอบใหม่

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

นายศิริชัย ประธานศาลอุทธรณ์ ไม่ผ่านคุณสมบัติแต่งตั้งเป็นประธานศาลฎีกา พร้อมขอเปิดใจครั้งสุดท้าย ก่อนลาออกจากราชการ

วันที่ 18 ก.ค.60--หลังจากมีการประชุมอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เพื่อหาผู้พิพากษาที่จะขึ้นดำรงตำแหน่ง "ประธานศาลฎีกา" คนที่ 44 ที่ลากยาวมาถึง 4 นัด นับแต่ตั้งวันที่ 22 – 26 – 28 – 29 มิถุนายน จนถึงเมื่อวันที่ 3 กรกฏาคม 2560 ผลประชุมได้มีมติเอกฉันท์ เมื่อคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ได้มีมติเอกฉันท์ ไม่ผ่านบัญชีเสนอชื่อ "ศิริชัย วัฒนโยธิน" ประธานศาลอุทธรณ์ เพื่อแต่งตั้งเป็นประธานศาลฎีกา ที่แม้นายศิริชัย เป็นบุคคลที่อาวุโสอันดับ 1 ที่จะได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งให้เป็นประธานศาลฎีกาตามหลักธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติตามที่ยึดถือกันมา 

'ศิริชัย' ลาออก  ส่อวิกฤต! ก.ต. รอบใหม่ ศิริชัย วัฒนโยธิน

หลังจากที่ประชุมอนุ ก.ต. ได้มีมติเห็นชอบเสนอ ชื่อนายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกา โดยนายศิริชัย มีข่าวว่าจะทำการฟ้องร้อง ก.ต. แต่ในที่สุดก็ได้แถลงข่าวยอมว่า "ไม่มีวาสนา" และไม่ติดใจอะไร จนเมื่อวันที่ 11 ก.ค.2560 ก.ต. ได้ประชุมอีกครั้ง และมีมติเห็นชอบตามที่อนุ ก.ต. เสนอ 

นายศิริชัยได้เปิดแถลงข่าววันที่ 12 ก.ค.2560 อีกครั้ง หลังจากมีข่าวว่าที่ประชุม ก.ต. ได้เสนอแต่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงต่อการปฏิบัติราชการ ที่มีผลให้นายศิริชัยไม่ผ่านคุณสมบัติขึ้นเป็นประธานศาลฎีกา และเสนอให้คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม เปิดตำแหน่งที่ปรึกษาประธานศาลฎีกา โดยนายศิริชัยระบุว่า รู้สึกเจ็บปวดเหมือนถูกกระทำมาโดยตลอด และย้ำว่าคำสั่งย้ายไปเป็นที่ปรึกษาประธานศาลฎีกา อาจเหมือนถูกแขวนไว้โดยตำแหน่ง 

ล่าสุด นายศิริชัย เปิดเผยว่า ในวันนี้ เวลา 14.00 น.จะขอแถลงข่าวเป็นครั้งสุดท้าย ถึงแนวทางการลาออกจากราชการ ซึ่งต้องจับตาว่า นายศิริชัย จะเปิดปมร้อนถามถึงความชอบธรรม ในสถาบันตุลาการของไทย ในการแถลงข่าวช่วงบ่ายวันนี้ด้วยหรือไม่

 

สำหรับประวัติของนายศิริชัย จบการศึกษาจบการศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง และหลักสูตรเนติบัณฑิตไทย จากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และปริญญาโทนิติศาสตร์มหาบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

เมื่อสอบเข้าเป็นผู้พิพากษาแล้ว ก็ได้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามลำดับชั้น ประกอบด้วย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกระทรวง , ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ , ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด, ผู้พิพากษาศาลแพ่ง, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลแพ่ง, ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ , ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ , ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์ภาค 5 , ผู้พิพากษาศาลฎีกา , ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา , รองประธานศาลฎีกาคนที่ 4 เมื่อปี 2557 กระทั่งได้ขยับตำแหน่งอาวุโสขึ้นเป็น ประธานศาลอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.58 ซึ่งนับเป็นตำแหน่งที่มีอาวุโสอันดับ 2 รองจากประธานศาลฎีกา

related