อสส.เผยใช้หลักสากลดำเนินคดี "เณรคำ" ขาดจากพระหรือไม่ขึ้นอยู่กับDSI รับค่าดำเนินคดีสูง

อสส.เผยใช้หลักสากลดำเนินคดี "เณรคำ" ขาดจากพระหรือไม่ขึ้นอยู่กับDSI รับค่าดำเนินคดีสูง

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเผยใช้หลักสากลดำเนินคดี "เณรคำ" ขาดจากพระหรือไม่ขึ้นอยู่กับ DSI รับค่าดำเนินคดีสูง

วันนี้ (19 ก.ค. 60) - เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยนายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ ได้ร่วมแถลงข่าว กรณีที่“สหรัฐอเมริกา ส่งตัว นายวิรพล สุขผล หรือ พระวิรพล ฉัตติโก หรือ หลวงปู่เณรคำ ผู้ร้ายข้ามแดน มาดำเนินคดีในประเทศไทย

พร้อมเปิดเผยว่าหลังจาก อสส. ได้ขอความร่วมมือไปทางสหรัฐฯให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปเมื่อ 2558 และต้นปี 2559 นั้น จนเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2559 ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯว่าได้จับกุมเณรคำได้ และได้ดำเนินคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนมายังประเทศไทยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2560 โดยรัฐบาลกลางแคลิฟอเนียร ได้มีคำสั่งให้ส่งเณรคำมายังประเทศไทย และเณรคำไม่ได้อุทรณ์คำสั่งศาล ซึ่งระยะเวลาอุทรณ์สิ้นสุดแล้ว ทางสหรัฐ จึงได้ส่งตัวเณรคำกลับไทยเมื่อ 19 กรกฎาคม ตอน 3 นาฬิกาตามเวลาประเทศไทย และเครื่องบินที่นำตัวเณรคำจะมาถึงสนามบินนาริตะเวลาประมาณ 14:00 จากนั้นจะเดินทางต่อมายังประเทศไทยด้วยเที่ยวบิน TG 677 และจะถึงประเทศไทยในช่วงเวลาประมาณ 22:00 น.

โดย อสส.ได้มอบหมายให้นางอินทรานี สุมาวงศ์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ดีเอสไอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้เดินทางไปรับตัวเณรคำ กลับมาดำเนินคดี กรณีที่ดีเอสไอ ได้ดำเนินคดีกับเณรคำ 2 คดี คือ คดีพิเศษที่ 186/2556 ความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง เพื่อการอนาจาร และ กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตนเองโดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม

และคดีพิเศษที่ 151/2556 ฐานความผิดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่ส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จ , ฉ้อโกงประชาชน , และความผิดฐานโอนหรือรับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน เพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มา 

โดยนายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในช่วงระยะเวลา 2-3 วันที่ผ่านมาก่อนคบระยะอุทรณ์ ที่ไม่ตอบคำถามสื่อ หรือ ไม่มีการให้มีข่าว เนื่องจากเณรคำ มีลูกศิษย์ในอเมริกาเยอะ เกรงว่าเมื่อข่าวหลุดไปจะมีเหตทำให้ทำงานยากลำบาก โดยที่ผ่านมา ดีเอสไอ กระทรวงต่างประเทศ สายการบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการประสานงานมาตลอด แต่ทุกอย่างจึงต้องเป็นความลับ ตามข้อตกลงกลับสหรัฐฯ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่วนเหตุผลที่เณรคำไม่ยื่นอุทรณ์นั้น อสส.ระบุว่าไม่ทราบถึงเหตุผลดังกล่าวเช่นกัน พร้อมระบุว่าค่าใช่จ่ายในการจ้างทนายดำเนินคดีกับเณรคำค่อนข้างสูง แต่ไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้

เมื่อถามว้าผู้ต้องหาจะอยู่ในฐานะคนธรรมดา หรือ พระสงฆ์ ทาง อสส.ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากไม่ได้มีการสอบถามผู้ที่ไปรับตัวในประเด็นนี้ แต่เมื่อเข้ามาในไทยจะตัดขาดความเป็นพระสงฆ์หรือไม่ ขึ้นอยู่กับกฎหมายที่เกี่ยวข้องและดีเอสไอเป็นผู้พิจารณา

โดย อสส.ยืนยันว่า หลังจากนี้เมื่อเณรคำ มาถึงราชอาณาจักรไทย ก็จะถูกปฎิบัติในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนตามหลักสากลทั่วไป

related