
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
กองการต่างประเทศรับเอกสารแปลสำนวน “บอส” แล้วตรวจความเรียบร้อยก่อนส่งให้ผบ.ตร.ลงนาม ก่อนส่งให้อัยการ
วันนี้ (21 ก.ค. 60) - จากกรณี นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ เร่งรัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ส่งเอกสารประกอบคำร้องขอผู้ร้ายข้ามเเดน กรณีของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ผู้ต้องหาขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีตผู้บังคับหมู่ปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เสียชีวิต เหตุเกิดตั้งแต่ปี2555 มาให้อัยการฯ ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจยังไม่มีคำขอส่งมา และการประชุมร่วมกันที่ผ่านมาได้พูดชัดเจนว่าให้ทำคำขอส่งผู้ร้ายข้ามเเดนส่งมา เเต่ปัจจุบันนี้คำขอยังไม่มาแต่อย่างใด ส่วนจะติดขั้นตอนไหนไม่ทราบ เป็นเรื่องภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่รับผิดชอบเรื่องนี้
ล่าสุด วันนี้ (21 ก.ค.) มีรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้ส่งเอกสารแปลสำนวนการสอบสวนคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ผู้ต้องหาขับรถชน ด.ต.วิเชียร มาให้กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ กองการต่างประเทศ จะตรวจความถูกต้อง ความสมบูรณ์ของเอกสาร และส่งให้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงนามในหนังสือ ซึ่งในกรณีนี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อาจมอบอำนาจให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติท่านใดท่านหนึ่งเซ็นรับรองก็ได้ คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน หลังจากนั้นก็จะส่งต่อให้อัยการสำนักงานต่างประเทศ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ซึ่งก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวถึง ความคืบหน้าการแปลเอกสารสำนวนคดีของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ “บอส ว่าเอกสารดังกล่าวได้แปลเสร็จและได้ส่งให้ทางกองการต่างประเทศตั้งแต่เมื่อวานนี้ มีการลงเลขรับหนังสือไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องส่งไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งประเทศที่เป็นปลายทางเป็นประเทศที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทย
"คดีนี้จะให้มันง่ายที่สุดต้องให้นายวรยุทธ มาสู้คดีก็จบ เพราะกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนค่อนข้างจะใช้เวลา ซึ่งตนก็อยากให้เป็นกรณีตัวอย่างให้ประชาชนสบายใจได้ว่ากฎหมายมีไว้เพื่อคุ้มครองคนดีเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคบางเรื่องอาจจะล่าช้าไปบ้างก็ต้องมาปรับปรุงกัน"
" สำหรับกรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ชี้มูลความผิด7นายตำรวจว่ามีส่วนช่วยให้คดีล่าช้าและไม่ให้ถูกดำเนินคดีนั้นเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับปปช.ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องตนไม่ขอออกความเห็น" พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าว