
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
วันที่ 22 ก.ค.60 ชีค ทามิม บิน ฮาหมัด อัล ทานี เจ้าผู้ครองนครของกาตาร์ หรือเอมีร์ กล่าวถึงความขัดแย้งกับชาติอาหรับเป็นครั้งแรก โดยทรงเรียกร้องการเจรจาเพื่อแก้วิกฤตทางการเมือง แต่มีเงื่อนไขว่าการเจรจานั้นต้องเคารพอธิปไตยซึ่งกันและกัน
เอมีร์แห่งกาตาร์ระบุว่า "ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องหยุดการทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากความไม่ลงรอยทางการเมืองของแต่ละรัฐบาล เราตระหนักได้ถึงความพยายามในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งของเอมีร์แห่งคูเวต ซึ่งกาตาร์สนับสนุนวิธีการนี้มาแต่แรก รวมทั้งขอบคุณสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ ยุโรป และรัสเซียในความพยามช่วยไกล่เกลี่ย รวมถึงตุรกีที่เข้ามาช่วยเหลือกาตาร์ในทันที"
นอกจากนี้การแก้วิกฤตครั้งนี้ต้องอยู่บนหลักการสองประการ คือ การตกลงใดๆที่จะมีขึ้นต้องไม่อยู่ในรูปแบบเผด็จการบีบบังคับให้ทำ แต่ต้องเป็นการเห็นชอบร่วมกันจากทุกฝ่าย และกาตาร์เปิดรับการเจรจาเพื่อหาทางออกโดยต้องเคารพอำนาจอธิปไตย
เอมีร์แห่งกาตาร์ยังทรงระบุว่า ชีวิตในกาตาร์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างปกติแม้กาตาร์จะถูกปิดล้อมอย่างไม่เป็นธรรม
แถลงการณ์ของเอมีร์แห่งกาตาร์มีขึ้นหลังจากนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯพอใจกับความพยายามของกาตาร์ในการปฏิบัติตามข้อตกลงเพื่อปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินกลุ่มก่อการร้าย และสหรัฐฯเรียกร้องให้ทั้งสี่ชาติอาหรับยุติการปิดล้อมทางภาคพื้นดินต่อกาตาร์
ทั้งนี้ กาตาร์ได้ออกประกาศ กฎหมายต่อต้านการร้ายฉบับใหม่แล้ว มีเนื้อหากำหนดให้รัฐบาลจัดทำบัญชีรายชื่อ 2 ฉบับของผู้ก่อการร้ายรายบุคคลและกลุ่มก่อการร้าย รวมถึงระบุเงื่อนไขที่ของบุคคลหรือกลุ่มก่อการร้ายที่เข้าข่ายบัญชีเหล่านั้น รวมทั้งให้คำนิยามคำว่า กลุ่มก่อการร้าย, การก่อการร้าย และการจัดหาเงินทุนสำหรับการก่อการร้าย
กฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ และกาตาร์ลงนามข้อตกลงในวันที่ 11 ก.ค. จากการเยือนของนายทิลเลอร์สัน แต่ชาติอาหรับ 4 ประเทศระบุว่าข้อตกลงนี้ยังไม่เพียงพอ
อย่างไรก็ตาม รมว.ต่างประเทศยูเออีระบุว่าการออกกฎหมายใหม่ของกาตาร์เป็นสัญญาณที่ดีกับการขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ก่อการร้าย 59 คน ซึ่งเขามองว่าการกดดันของเหล่าชาติอาหรับนั้นเริ่มจะได้ผลแล้ว แต่เขาก็เรียกร้องให้กาตาร์เปลี่ยนนโยบายทางการเมืองเพื่อคลายความตึงเครียดนี้