
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
ดูกันชัดๆ! ทำไม "ฌอน สไปเซอร์" ไขก๊อกกระบอกเสียง"ทรัมป์"
-22-7-60- "นายฌอน สไปเซอร์ " โฆษกทำเนียบขาวลาออกจากตำแหน่งทันทีหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯแต่งตั้งนายแอนโทนี สการามุชชี่ นักการเงินจากวอลล์สตรีท ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สไปเวอร์คาดหวังว่าจะได้รับ
สไปเซอร์โพสต์ทวิตเตอร์ว่า "รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานให้ประธานาธิบดีทรัมป์และให้กับประเทศชาติ ผมจะทำหน้าที่จนถึงเดือนสิงหาคมนี้"
ด้านนายทรัมป์โพสต์ตอบว่า "รู้สึกดีกับการทำงานของสไปเซอร์ และยกย่องว่าเขาทำให้ทีวีเรตติ้งดี (หมายถึงการแถลงข่าวของเขาในเชิงรุกและเสียดสี ทำให้น่าดู)"
ผู้ที่มาทำหน้าที่แทนนายสไปเซอร์คือ " ซาราห์ ฮัคกาบี แซนเดอรส์"รองโฆษกทำเนียบขาว
นายสไปเซอร์ให้สัมภาษณืกับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์เรื่องการลาออก โดยระบุว่า "ผมหลีกทางให้ เพราะคิดว่าไม่คนมีกุ๊กในห้องครัวมากเกินไปในการสื่อสารข้อความของประธานาธิบดี"
นายทรัมป์ใช้โอกาสที่นายสไปเซอร์ลาออกโจมตีสื่ออีกครั้ง โดยบอกว่า" รัฐบาลของผมทำงานสำเร็จไปมาก แต่สื่อให้เครดิตน้อยมาก แต่อย่างนี้ก็มีข่าวดีคือ ผู้คนรับรู้ แม้ว่าสื่อจะไม่รับรู้ก็ตาม"
การลาออกของนายสไปเซอร์ยิ่งทำให้เกิดความตึงเครียดมากขึ้นในรัฐบาล ที่ไม่สามารถเดินหน้าผลักดันการออกกฎหมายได้ ในขณะเดียวกันก็ยังมีปัญหาเรื่องการสอบสวนข้อกล่าวหาสมรู้ร่วมคิดกับรัสเซียอีกเรื่องหนึ่ง
"วอชิงตันโพสต์"รายงานว่า นายเจฟฟ์ เซสชั่นส์ รมว.ยุติธรรมเคยหารือกับเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงวอชิงตัน ดีซีเรื่องการหาเสียงและนโยบายต่างๆ จึงทำให้ตอนนี้นายเซสชั่นส์ถูกกดดันอย่างหนัก รวมทั้งจากนายทรัมป์ด้วยที่มองว่าทรยศ เพราะนายเซสชั่นส์ไม่ยอมยุ่งเกี่ยวกับการสอบสวนเรื่องสายสัมพันธ์รัสเซีย
นอกจากนี้นายมาร์ค คอราโล ผู้ประสานงานทีมกฎหมายของนายทรัมป์เกี่ยวกับข้อกล่าวหารัสเซียก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งด้วย
ทั้งนี้นายคอราโลและนายสไปเซอร์ ลาออกโดยไม่ได้ให้เห็นผลที่น่าชอบธรรมนัก แต่เป็นการลาออกเพราะนายทรัมป์เริ่มเข้าสู่ช่วงสุ่มเสี่ยงในแง่กฎหมาย เช่นที่ผ่านมา ทำเนียบขาวปฏิเสธเรื่องข้อกล่าวหามาโดยตลอด แต่กลับมีอีเมลเผยเเพร่เรื่องลูกชายคนโตของนายทรัมป์พบกับทนายความรัสเซีย
ในทางตรงกันข้ามนายทรัมป์กลับมองเรื่องการนิรโทษกรรม และปรามบรรดาผู้สอบสวนกรณีนี้ว่าอย่ายุ่งกับเรื่องการเงินของครอบครัวของตน