ผู้ตรวจฯลงสอบพื้นที่ทับซ้อนวังน้ำเขียว

ผู้ตรวจฯลงสอบพื้นที่ทับซ้อนวังน้ำเขียว

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

วันที่ 22 ก.ค.60 พล.อ. วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา การครอบครองที่ดินที่มีแนวเขตทับซ้อนในพื้นที่ของ ส.ป.ก. พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน  ซึ่งครอบคลุมทั้งหมด 5 อำเภอ ใน 2 จังหวัด ประกอบด้วย อ.วังน้ำเขียว ,อ.ปักธงชัย ,อ.ครบุรี และอ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา และอ.นาดี จ.ปราจีนบุรี รวมพื้นที่ที่มีปัญหาจำนวนกว่า 260,000 ไร่ หลังการแก้ไขปัญหาดังกล่าวดำเนินการยืดเยื้อมานานหลายปี ซึ่งมีประชาชนในพื้นที่จำนวนมากเดินทางไปร่วมรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ซึ่งได้สรุปแนวทางการดำเนินการแก้ปัญหาออกเป็น 5 ข้อ ประกอบด้วย  

ผู้ตรวจฯลงสอบพื้นที่ทับซ้อนวังน้ำเขียว

1.ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องบูรณาการแก้ไขข้อมูล หรือแผนที่ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฯ ให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริง ทำให้กฎหมายมีความถูกต้องชอบธรรมไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และรักษาผลประโยชน์ของรัฐ  

2.ให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนำการสำรวจแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานปี 2543 และแนวกันไฟ เป็นหลักในการแก้ไขปัญหาการทับซ้อนของเขตพื้นที่  

3.ให้กรมป่าไม้รับข้อคิดเห็นกรณีการกำหนดพื้นที่เขาแผงม้า ให้เป็นป่าโซนซีนั้น มีความถูกต้องสอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในอ.วังน้ำเขียว  

4.ผู้ตรวจการแผ่นดินจะประสานงานกับอัยการสูงสุด ให้ชะลอดำเนินคดีกับประชาชนที่ถูกฟ้องร้อง ในระหว่างดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริง   

5.ผู้ตรวจการแผ่นดินจะนัดหมายหารือกับปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาดังกล่าว ว่าจะมีขั้นตอนและกรอบเวลาดำเนินการอย่างไร 

ผู้ตรวจฯลงสอบพื้นที่ทับซ้อนวังน้ำเขียว

ต่อมาคณะของผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ตรวจสอบสภาพพื้นที่ที่มีปัญหาจำนวนทั้งหมด 4 จุด คือบริเวณทางเข้าวัดบ้านไร่ 2 , บริเวณถนนระหว่างหมู่บ้านสุขสมบูรณ์ และหมู่บ้านไทยสามัคคี , บริเวณที่ปักแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งมีการรังวัดเมื่อปี 2543 และบริเวณศาลาประชาคมหมู่บ้านไทยสามัคคี  

ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จนถึงขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถนำแนวทางการปรับปรุงแก้ไข ที่มีการดำเนินการไว้ตั้งแต่ปี 2543 มาดำเนินการได้ ทั้งที่เป็นแนวทางที่ยอมรับ และสามารถแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างเป็นธรรม ทำให้ประชาชนในพื้นที่ยังได้รับความเดือดร้อน 

related