
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
วันที่ 23 ก.ค. 60 – นพ.ประจักษ์ วัฒนะกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นพ.สาธิต รัตนศรีทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ชี้แจงว่า การรักษานายธีธัช เกตุทอง หรือ น้องนิว วัย 15 ปี เป็นไปตามมาตรฐาน ไม่ได้ปล่อยให้รอ แต่ยอมรับว่า อาจล่าช้าบ้าง เนื่องจากอาการของนายธีธัชเป็นโรคที่มีโอกาสเกิดน้อย คือ 5 คน ใน 1 ล้านคน ดังนั้น การวินิจฉัยจึงอาจล่าช้า ซึ่งที่ผ่านมา แพทย์ได้ช่วยอย่างสุดความสามารถแล้ว
“ไปทำคอมพิวเตอร์เอ็กซเรย์กลับมานะครับ และไม่ใช่ว่า ทำปุ๊ปรู้ปั๊ป ต้องรออ่านอีก ... โดยพยายามกู้ชีพช่วยชีวิตเท่าที่มีความสามารถ แต่อย่างที่เรียนให้ทราบนะครับว่า โรคนี้ในแถบนี้ไม่มีใครรักษาได้ การผ่าตัดทำไม่ได้ ต้องโรงเรียนแพทย์ ซึ่งไม่มีเวลาที่จะส่ง แล้วน้องก็เสียชีวิตตอนเวลา 16.00 น. กว่า ๆ ถามว่ารอไหม ก็มีช่วงของการรอ รออยู่บ้างในช่วงของการรอผลวินิจฉัย รอเอ็กซเรย์บ้าง รอคอมพิวเตอร์สแกนบ้าง ... ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้อง เราพยายามเต็มที่แล้ว แต่เกินระดับความสามารถของแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลจริง ๆ ส่วนการเยียวยาจะประชุมกับส่วนที่เกี่ยวข้องว่า จะสามารถดำเนินการได้เช่นไรบ้าง และจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่” นพ.ประจักษ์ กล่าว
ทั้งนี้ เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ก.ค. โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพและคลิปวิดีโอเหตุการณ์ของเด็กหนุ่มคนหนึ่งมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง และเข้าไปยังโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี เพื่อรอรักษาและวินิจฉัยโรคอยู่นาน จนทำให้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
ด้าน น.ส.ณัฐธิดา แซ่ฉั่ว อายุ 20 ปี ญาติของนายธีธัช เปิดเผยเมื่อวานนี้ (22 ก.ค.) ว่า นายธีธัชปวดท้องในช่วงกลางดึกคืนวันที่ 20 ก.ค. ซึ่งทางครอบครัวได้นำส่งโรงพยาบาลชะอำ โดยทางโรงพยาบาลชะอำได้ให้ยา แต่ยังไม่หาสาเหตุ ทางครอบครัวจึงพานายธีธัชมารักษาที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี ในช่วงบ่ายวันที่ 21 ก.ค. เมื่อมาถึง เจ้าหน้าที่ให้นายธีธัชนั่งรถเข็นไปรอตรวจจากแพทย์เฉพาะทาง นานกว่า 1 ชั่วโมง กระทั่งนายธีธัชเป็นลมหมดสติ เจ้าหน้าที่จึงนำเข้าตรวจห้องฉุกเฉินและปฐมพยาบาลจนฟื้น และนำไปเอ็กซเรย์ โดยพบว่า เส้นเลือดใหญ่ในกระเพาะอาหารฉีกขาด แพทย์จึงจะเอ็กซเรย์อีกรอบเพื่อหารายละเอียดการรักษา แต่ระหว่างนั้นน้องเกิดอาการเกร็งและเสียชีวิต
น.ส.ณัฐธิดา ระบุอีกว่า ช่วงที่เจ้าหน้าที่ให้รอแพทย์เฉพาะทางมาตรวจนั้น ใช้ระยะเวลาในการรอนานมาก และไม่มีใครมาดูอาการ ซึ่งตามความคิดของชาวบ้านทั่วไปคิดว่า นายธีธัชไม่น่าจะรอนานขนาดนี้ เนื่องจากเป็นกรณีฉุกเฉินและเป็นวันปกติ ไม่ใช่วันหยุด
“เมื่อเอ็กซเรย์พบว่า เส้นเลือดใหญ่ในกระเพาะฉีกขาด มันเชื่อมกับหัวใจและปอด เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่สำคัญ ตอนที่คุยกับหมอรอผลตรวจ น้องก็มีอาการเกร็งและไปเลย ... ตอนที่หมอให้รออาจารย์ใหญ่ ตอนนั้นรอนานมาก น้องก็เดินปวด แล้วก็บอกว่า ‘ปวดนะ ปวดนะ’” น.ส.ณัฐธิดา
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางครอบครัวไม่ได้เอาผิดโรงพยาบาล แต่ต้องการโพสต์เพื่อเป็นอุทาหรณ์ ส่วนศพของนายธีธัช ทางครอบครัวตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดชะอำ เป็นเวลา 5 คืน และฌาปนกิจศพในวันที่ 27 ก.ค.