
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
วันที่ 28 ก.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า" ผมเรียนไปแล้วว่า ภาครัฐ นอกจากจะมีหน้าที่เข้าไปเสริมเม็ดเงินเพื่อช่วยสนับสนุนและกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ยังต้องมีหน้าที่ในการสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้จ่าย การลงทุน ของภาคเอกชน และประชาชนในทุกกลุ่มด้วย
ซึ่งภายใต้คณะกรรมการ ปยป. ในส่วนของการปฏิรูป จะเร่งรัดดำเนินการพิจารณากฎระเบียบ หรือกฎหมาย ที่เป็นอุปสรรคของการทำธุรกิจ การลงทุน หรือการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนเพื่อปรับปรุงให้สมเหตุสมผลขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น ช่วยย่นระยะเวลาและต้นทุนของภาคธุรกิจและของพี่น้องประชาชนได้
ซึ่งผมมองว่า การปฏิรูปกฎระเบียบ หรือกฎหมายนี้ ถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การปฏิรูปด้านอื่นๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีผลสัมฤทธิ์ด้วยนะครับ ถ้าทำไม่ได้ ก็ยากที่จะปฏิรูปด้านอื่นๆ ในส่วนของเกณฑ์สากลที่เราต้องปฏิบัติตาม เช่น ICAO และ IUU
เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ เพื่อให้เราได้มาตรฐาน เพื่อสนับสนุนการค้าและการลงทุน รัฐบาลจะเดินหน้าดำเนินการอย่างเหมาะสมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนต่อไปนะครับสิ่งเหล่านี้ ที่ผ่านมาไม่ค่อยให้ความสำคัญกันมากนัก
นอกจากนี้ การทำงานของภาครัฐเอง หรือกระทรวงต่างๆ ก็ต้องมุ่งไปในเชิงรุกมากขึ้น รัฐบาลนี้เหลือเวลาอีกไม่นานนักในการปฏิบัติงาน ตาม Road Map ผมอยากให้เราได้วางรากฐาน วางแนวคิด แนวปฏิบัติ สร้างความร่วมมือ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องไปได้ในระยะยาวหลายๆรัฐบาล
เราจะมุ่งสร้างการรับรู้กับพี่น้องประชาชนให้มากยิ่งขึ้นในช่องทางต่างๆ จะมีการคุยกันใกล้ชิดให้มากยิ่งขึ้น หารือกัน อธิบายต่อกัน ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ เพราะเหตุใด มีปัญหาหรือที่ยังทำไม่ได้นั้นเป็นเพราะสาเหตุใด
ซึ่งแผนงานของรัฐบาลและ คสช. จนถึงวันที่ 31 กันยายน 2561 ในด้านนี้ มีทั้งการประชุม ครม.สัญจร, การตรวจเยี่ยม พบปะ ประชาชน ในภาค , กลุ่มจังหวัด จังหวัด ชุมชน ท้องถิ่น ในพื้นที่ เพื่อไถ่ถาม หารือ ถึงสิ่งที่ต้องการ สำหรับจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่ “โดยตรง” เพื่อแก้ไขปัญหา หรือสร้างงานต่างๆ ให้เกิดผลโดยเร็ว
สำหรับพี่น้องประชาชนเอง ก็สามารถติดต่อ พูดคุย แจ้งปัญหาและความต้องการกับรัฐบาลได้หลายช่องทางนอกเหนือไปจากหน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ “ศูนย์ดำรงธรรม” (สายด่วน 1567) ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้รับเรื่อง และจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ได้เร็วขึ้น ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันการทุจริตของกระทรวงต่างๆ
และล่าสุด ก็ได้มีคำสั่งให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และกองทัพบก ซึ่งรวมไปถึงกองทัพภาคและหน่วยทหารของกองทัพบกในทุกพื้นที่ เป็นช่องทางรับเรื่องร้องเรียนการทุจริตประพฤติมิชอบ เรียกรับสินบนหรือผลประโยชน์ทุกรูปแบบที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง
เพราะจะกระทบต่อประชาชนโดยตรง และอาจเชื่อมโยงไปสู่การค้ามนุษย์ ซึ่งเป็น “วาระชาติ” ด้วยการเปิดตู้ ปณ.และสายด่วน รายละเอียดตามหน้าจอ เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนได้แจ้งข้อมูลเบาะแสต่างๆ ได้มากขึ้น สะดวกขึ้น
ทั้งนี้ รัฐบาลต้องการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ฝังรากลึกในสังคมมายาวนาน เปลี่ยนประเทศไทยให้ใสสะอาด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนนะครับ"