ข่าว ข่าวภาคใต้

ทส.สั่งสอบ! รุกที่เกาะทะลุ 128 ไร่  

กระทรวงทรัพย์ฯ สั่งกรมอุทยานฯตรวจสอบเอกชนรุกที่เกาะทะลุ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แฉยึดครองที่สาธารณะ 128 ไร่ ห้ามชาวบ้านเหยียบบนเกาะ สงสัยเจ้าหน้าที่รัฐมีเอี่ยว 

วันที่ 29 ก.ค.60 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจในเครือสปริงกรุ๊ปได้รับการร้องเรียนให้ตรวจสอบปัญหาการถือครองที่ดินจำนวน 14 แปลง มีเนื้อที่ประมาณ 128 ไร่ บนเกาะทะลุ ตำบลทรายทอง อำเภอบาง สะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากมีประชาชนและชาวประมงเดือดร้อน ไม่สามารถเข้าไปได้ทั้งที่เป็นที่สาธารณะ  

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า พื้นที่เกาะทะลุจุดที่มีปัญหาเป็นที่ตั้งรีสอร์ตขนาดใหญ่ เป็นรีสอร์ตรายเดียวบนเกาะดังกล่าว แต่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไปไม่สามารถขึ้นไปบนเกาะดังกล่าวได้ เว้นแต่นักท่องเที่ยวที่จองที่พักล่วงหน้ากับรีสอร์ตถึงจะขึ้นไปบนเกาะได้     

นายพิสิศฐ์ พัฒทอง กำนันตำบลทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า เกาะทะลุมีทั้งหมดกว่า 500 ไร่ ปัจจุบันนายทุนได้นำไปออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 จำนวน 128 ไร่ หรือ 14 แปลง เหลืออีกกว่า 300 ไร่โดยประมาณ ปี 2548 เจ้าหน้าที่ได้พยายามเข้าไปรังวัดเพื่อจะออกเป็นหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) แต่ก็ไม่สามารถรังวัดได้ เพราะผู้ที่มีสิทธิครอบครอง น.ส.3 ซึ่งเป็นนายทุนไม่ให้ความร่วมมือ  

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่รัฐได้เข้าไปรังวัดที่ดินบนเกาะทะลุ แต่ก็เกิดเหตุการกระทบกระทั่งระหว่าง นายชนะการ ทิพย์ประเสริฐสุข นายอำเภอบางสะพานน้อย กับเจ้าของที่ดิน ซึ่งใช้วาจาไม่สุภาพ ชี้หน้าด่า นายอำเภอ รวมทั้งปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และแจ้งยกเลิกรังวัด ไล่เจ้าหน้าที่กลับ 

“รัฐบาลที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ดินบนเกาะทะลุได้ จึงอยากเรียกร้อง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 มาแก้ไขปัญหาที่ดิน เนื่องจากใบ ส.ค. 1 (แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน) ออกผิดที่ผิดทาง” 

นายพิสิศฐ์ ตั้งข้อสังเกตถึงการถือครองที่ดินว่า หนึ่งในใบ ส.ค.1 ซึ่งมีการแจ้งทั้ง 14 แปลง แต่อยู่คนละหมู่บ้าน โดยใบ ส.ค.1 มี 2 แปลง คือ เลขที่ 146 และ 147 อยู่ในพื้นที่หมู่ 3 แต่อีก 12 แปลง ประกอบด้วย เลขที่ 4-11 เลขที่ 16-18 เลขที่ 169 หมู่ที่ 2 แต่ที่น่าสังเกตคือหมู่ที่ 2 เป็นหมู่บ้านที่ไม่ติดทะเล เหตุใดบนเกาะทะลุจึงอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 แทนที่จะเป็นหมู่ที่ 3 ซึ่งเป็นหมู่บ้านติดทะเล และในใบ ส.ค.1 ในการแจ้งทิศแต่ละแปลง ไม่สอดคล้องกันกับ น.ส.3 และในใบ ส.ค.1 ก็มีการขีดแก้ไข ฉะนั้นปัญหาดังกล่าวอาจจะมีการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ 

ด้านนายอานนท์ ลิมประภานุกูลกิจ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทรายทอง อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ เรียกร้องให้มีหน่วยงานที่เป็นกลางเข้ามาตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิดังกล่าว หากพบว่าไม่ถูกต้องขอให้ยกเลิกเอกสารสิทธิการครอบครองที่ดินทั้งหมด เพื่อกลับมาเป็นของแผ่นดิน ให้กลุ่มประมง ประชาชนทั่วไป รวมถึงนักท่องเที่ยวได้ใช้ประโยชน์ อย่างเท่าเทียมกัน

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่ง การให้กรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าไปตรวจสอบ หากที่ดินส่วนไหนเป็นพื้นที่อุทยาน  
หรือ ป่าสงวน ก็ต้องตรวจสอบว่าในพื้นที่นั้นมีเอกสารสิทธิออกมาได้อย่างไร และพื้นที่เดียวกันมีผู้ครอบครอง 2 รายได้อย่างไร  

“รัฐบาลมีนโยบายให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่ไม่มีผู้มีอิทธิพลคนไหนอยู่เหนือกฎหมาย หากผู้ครอบครองเป็นชาวบ้านผู้ยากไร้ก็จะพิจารณาว่าจะให้สิทธิทำกินอย่างไร แต่หากเป็นนายทุนก็ต้องนำที่ดินมาคืนแผ่นดิน และไม่มีใครที่จะอยู่เหนือกฎหมายได้” พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวและยํ้าว่า หากพื้นที่นั้น เป็นที่ดินที่ไม่ใช่พื้นที่ป่าสงวน หรือ พื้นที่อุทยาน ก็เป็นหน้าที่ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน