
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
วันที่ 29 ก.ค.60 หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติให้การรับรองมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียครั้งใหม่ไปแล้วต่อจากสภาผู้แทนราษฎร ทำเนียบขาวก็ออกมาประกาศว่าขณะนี้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กำลังทบทวนร่างกฎหมาย และมีแผนว่าจะลงนามอนุมัติมาตรการนี้อย่างแน่นอน
ร่างกฎหมายมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวจะอนุญาตให้สหรัฐฯ สามารถใช้มาตรการลงโทษใหม่ต่อรัสเซียได้หลายข้อ รวมทั้งจำกัดความสามารถของประธานาธิบดีสหรัฐฯในการผ่อนปรนบทลงโทษใดๆ ต่อรัสเซียอย่างอิสระได้
นักวิเคราะห์มองว่า หากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปฏิเสธลงนามในมาตรการคว่ำบาตรฉบับนี้ ก็จะยิ่งสร้างแรงต่อต้านให้ตัวของนายทรัมป์ และจะยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่าทีมหาเสียงของประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับรัสเซียร่วมมือแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปลายปีที่แล้วจริง และในทางตรงกันข้าม หากนายทรัมป์ลงนามอนุมัติมาตรการคว่ำบาตร ก็จะยิ่งทำให้ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเพิ่มมากขึ้น และคณะทำงานหน้าใหม่ของทำเนียบขาว อาจจะต้องเผชิญหน้าอย่างยากลำบากกับรัสเซีย และอาจทำให้การฟื้นฟูความสัมพันธ์คืนเป็นเรื่องยาก ทั้งๆ ที่นายทรัมป์ประกาศจุดยืนต้องการสานสัมพันธ์กับรัสเซียมาโดยตลอด
ด้านรัสเซียออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเป็นการโต้ตอบร่างกฎหมายนี้ และเอาคืนกับคำสั่งของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ขับไล่นักการทูตรัสเซียออกจากสหรัฐฯ และยึดทรัพย์สินเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา โดยประกาศให้สหรัฐฯ ลดปริมาณเจ้าหน้าที่ในสถานทูตและสถานกงสุลให้เหลือ 450 คน ซึ่งเป็นปริมาณที่เท่ากับจำนวนที่เจ้าหน้าที่ทางการทูตของรัสเซียได้รับอนุญาตในทำงานในสหรัฐฯ แต่นักวิเคราะห์บางรายก็มองว่า ในเร็วๆ นี้ รัสเซียอาจเลือกใช้มาตรการโต้ตอบที่รุนแรงยิ่งขึ้นกว่านี้ เช่นการยึดทรัพย์สินของสถานทูตสหรัฐฯ
ด้านอิหร่านออกมาประณามมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ของสหรัฐฯ โดยระบุว่าจะเดินหน้าโครงการพัฒนาขีปนาวุธต่อไป
โฆษกกระทรวงต่างประเทศของอิหร่านระบุว่า อิหร่านถือว่าการกระทำของสหรัฐฯนั้นเป็นปรปักษ์ น่าตำหนิ และไม่สามารถยอมรับได้ ซึ่งเป็นความพยายามที่จะลดอำนาจของข้อตกลงนิวเคลียร์ที่มีการลงนามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯและชาติมหาอำนาจในปี 2015 ให้อิหร่านพักโครงการพัฒนานิวเคลียร์เพื่อแลกกับการยกเลิกการคว่ำบาตร
นอกเหนือไปจากร่างกฎหมายคว่ำบาตรอิหร่าน รัสเซียและเกาหลีเหนือ รอบใหม่ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสสหรัฐฯ และรอประธานาธิบดีสหรับฯลงนามแล้ว เมื่อวานนี้(28ก.ค.) สหรัฐฯยังเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านด้วย โดยพุ่งเป้าไปยังบริษัท 6 แห่งที่เป็นของ ชาฮิด เฮมหมัด อินดัสเทรียล กรุ๊ป ซึ่งสหรัฐฯเชื่อว่าเป็นศูนย์กลางสำหรับของโครงการพัฒนาขีปนาวุธอิหร่าน
กระทรวงการคลัง สหรัฐฯได้สั่งยึดทรัพย์สินของบริษัทดังกล่าวในสหรัฐฯและห้ามพลเมืองอเมริกันทำการค้ากับอิหร่าน สืบเนื่องมาจากการที่อิหร่านทดสอบยิงจรวดปล่อยดาวเทียมไม่กี่วันที่ผ่านมา