
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
ปัญหาน้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่สำหรับพื้นที่ราบลุ่ม ใน 4 อำเภอในเขตชลประทานก็เป็นไปตามคาดการณ์ ว่าผลจากการระบายน้ำของเขื่อนลำปาวกำลังเริ่มส่งผลให้พื้นที่นาข้าวถูกน้ำท่วมและบางส่วน น้ำก็ได้เริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน
วันที่ 31 ก.ค.60 ชาวนาบ้านดอนสะนวน ตำบลหลุบ ในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เฝ้าติดตามปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นจากผลการระบายน้ำของเขื่อนลำปาว ซึ่งเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ เขื่อนลำปาวได้ทำการระบายน้ำ เป็นวันละ 20 ล้าน ลบ.ม. เพียงข้ามคืนปริมาณน้ำดังกล่าวก็ได้เริ่มเอ่อล้นไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวเป็นบริเวณกว้าง และมวลน้ำก็เริ่มที่จะไหลเข้าบ้านเรือนประชาชนซึ่งอาศัยอยู่ริมตะลิ่งในลำน้ำปาว และมีรายงานว่าในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ มีนาข้าวถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 30,000 ไร่
นายฤาชัย จำปานิล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาวจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า สาเหตุที่ต้องระบายน้ำออกจากตัวเขื่อน เนื่องจากมีมวลน้ำด้านทิศเหนือจาก จังหวัดอุดรธานี และ จังหวัดสกลนคร ไหลเข้ามาในปริมาณที่มาก ซึ่งเมื่อคืนนี้ยังมีมวลน้ำไหลเข้าเขื่อนลำปาวมากถึง 115 ล้าน ลบ.ม. แต่หากมีปริมาณน้ำเข้าเขื่อนลดน้อยลงเขื่อนลำปาว ก็อาจจะลดปริมาณการระบายลง ขณะที่ทางเดินของน้ำในลำน้ำปาวจะไหลผ่านเข้าอำเภอกมลาไสย อำเภอฆ้องชัย และอำเภอร่องคำ
ด้านนายอำเภอผู้รับผิดชอบ ได้รายงานว่า มวลน้ำได้เอ่อล้นเข้าท่วมนาข้าวของประชาชนเพิ่มขึ้นอีก 20,000 ไร่ เช่นกัน ซึ่งขณะนี้ความเสียหายจากอุทกภัยจังหวัดกาฬสินธุ์ มีพื้นที่นาข้าว พืชไร่ พืชสวน บ่อปลา ถูกน้ำท่วมกว่า 140,000 ไร่ ใน 15 อำเภอ 84 ตำบล 747 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เกือบ 20,000 ครัวเรือน ซึ่งจังหวัดได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติน้ำท่วมแล้ว 11 อำเภอ
ทั้งนี้มีรายงานว่า ฝายกั้นน้ำ ตรงผนังกั้นลำน้ำชี ได้ยกตัวขึ้นเพื่อเปิดการระบายน้ำอย่างเต็มที่เพื่อลดความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วม แต่จำนวนมวลน้ำเหล่านี้ก็จะไหลผ่านลงไป จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดยโสธร ประชาชนที่อาศัยอยู่ในลุ่มน้ำบริเวณนี้คงต้องเตรียมการรับกับปัญหาน้ำท่วมที่จะเกิดขึ้น
[embed]https://youtu.be/gIgWbLiDN14[/embed]