
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
ปธ.กกต. ไม่ติดใจมติศาลรธน. ไม่รับวินิจฉัยร่างพ.ร.บ.กกต. - ชี้ เริ่มเก็บของ ทุกอย่างจบแล้ว ปัดตอบถูกเซ็ตซีโร่องค์กรเดียวเป็นธรรมหรือไม่
- 3 ส.ค. 60- นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. กล่าวว่า ขอน้อมรับมติของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่รับคำร้องที่กกต. ขอให้วินิจฉัย 2 ประเด็นของร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต.ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ไว้พิจารณา และเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สุด ผูกพันทุกองค์กร แต่เมื่อร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยกกต. ประกาศบังคับใช้แล้ว กกต.คงจะพิจารณาอีกครั้งว่าจะใช้สิทธิยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกหรือไม่
นายศุภชัย กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ติดใจแล้ว เพราะถ้าดูมติของสนช.ที่เห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวด้วยเสียงเอกฉันท์ 194 เสียง และระหว่างที่ร่างกฎหมายอยู่ในการดำเนินการทูลเกล้าฯ นายกฯก็ไม่ได้ใช้สิทธิยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จึงเห็นว่าเราได้ทำหน้าที่เต็มที่แล้ว แต่ถ้าที่ประชุมกกต.มีมติเสียงข้างมากว่าควรจะยื่นอีก ตนในฐานะประธานก็ต้องทำตามมติยื่นเรื่องต่อไป
เมื่อถามว่าหากต้องปฏิบัติจะเกิดปัญหาหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า การปฏิบัติต้องยึดตามกฎหมายที่จะออกมา ข้อขัดข้องต่างๆ เป็นเรื่องที่กกต.ชุดใหม่ต้องไปหาทางแก้ไข หาวิธีดำเนินการต่อไป เมื่อสนช. เห็นชอบด้วยคะแนนเสียงขนาดนั้นเราต้องรับฟัง ถ้าเรามัวแต่ไปโต้แย้ง จะเป็นการตีรวน กระบวนการมันก็เดินหน้าไปไม่ได้ จะสะดุด เราอย่าไปคิดว่าแพ้หรือชนะ ว่ากันตามเหตุผล ตามเสียงข้างมาก ไม่เช่นนั้นจะหาข้อยุติไม่ได้ เวลานี้เรามีหน้าที่ก็ปฏิบัติไป แม้จะถูกเซ็ตซีโร่ อย่าเอามาปะปนกัน เพราะถ้ามีหน้าที่แล้วไม่ทำก็เท่ากับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
เมื่อถามถึงแนวโน้มกกต.จะเป็นองค์กรอิสระองค์กรเดียวที่ถูกเซ็ตซีโร่ นายศุภชัย กล่าวว่า “ขอไม่วิจารณ์ ส่วนตัวมาถึงจุดนี้ได้ถือเป็นกำไรชีวิตแล้ว ถ้าเขาให้อยู่ต่อก็ตำแหน่งเดิม ไม่ได้สูงขึ้นไปกว่านี้ จึงไม่ยึดติด ทุกอย่างถูกขีดถูกลิขิตไว้หมดแล้ว เป็นเสือเจ็บแล้วอย่าไปร้อง เรารู้อยู่ว่าเวลานี้บ้านเมืองไม่ปกติ นายกฯก็เครียด มีภาระหน้าที่ต้องแก้ไขมากอยู่แล้ว อย่าไปสร้างปัญหาให้นายกฯลำบากใจ บ้านเมืองจะได้สงบ เดินหน้าต่อไปเป็นไปตามโรดแม็ปและเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศุภชัย ได้เริ่มเก็บของใช้ในห้องทำงานบ้างแล้ว ส่วนใหญ่รูปภาพ หนังสือ และของที่ระลึกที่ได้รับในระหว่างดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้ นายศุภชัย มีแนวคิดว่าหนังสือจะบริจาคให้กับห้องสมุดของสำนักงานกกต. เพื่อเป็นประโยชน์กับนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รวมทั้งบางส่วนจะมอบให้กับโรงเรียนและห้องสมุดที่มีคนอ่านมากๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด