"ประยุทธ์" ยก "ดำ ขยันยิ่ง" ตัวอย่างเกษตรกร 4.0 

"ประยุทธ์" ยก "ดำ ขยันยิ่ง" ตัวอย่างเกษตรกร 4.0 

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

วันที่ 4 ส.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า "พี่น้องประชาชนครับ เมื่อเราพูดถึงภาคเกษตร เรากำลังหมายถึง “ภาคการผลิต” ที่สำคัญของประเทศ  ที่คิดเป็นสัดส่วนประมาณ ร้อยละ 8ของรายได้รวมทั้งหมดของประเทศ 

ซึ่งเรากำลังหมายถึงพี่น้องเกษตรกรที่มีถึง 25.07 ล้านคน หรือ ร้อยละ 38.14 ของประชากรไทย ซึ่งที่ผ่านมา ภาคเกษตรของไทย ต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งเรื่องดิน ฟ้า อากาศ และความผันผวนของราคาพืชผลต่างๆ ทำให้พี่น้องเกษตรกร รวมทั้ง เศรษฐกิจของประเทศมีรายได้ที่ยังไม่มั่นคงนัก 

นอกจากนั้น โลกเปลี่ยนแปลงไปอีกมาก ทั้งด้านเศรษฐกิจ ที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้า, ด้านสังคม ที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ในการดำรงชีวิต และการผลิต รวมถึง ด้านสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับผลอย่างมาก  จากภาวะโลกร้อน 

อีกประเด็น การเปลี่ยนแปลงสำคัญ ก็คือการที่ประชากรในภาคเกษตรมีแนวโน้ม เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้นทุกปี โดยพบว่า สมาชิกครัวเรือนเกษตรกร ที่อายุมากกว่า 64 ปีขึ้นไป เคยอยู่ที่ร้อยละ 7 ในช่วงปี 2540 – 2544 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 11 แล้วในปี 2555 - 2559  ถ้าวัดกันที่อายุเฉลี่ย พบว่าเกษตรกรไทยมีอายุเฉลี่ยที่ 58 ปี เทียบกับเวียดนามมีเกษตรกรที่มีอายุเฉลี่ยเพียง 39 ปี 

ปัญหาเหล่านี้ ส่งผลให้แรงงานในภาคเกษตรของไทยลดลงมาก อีกทั้งลูกหลานในภาคเกษตรเอง ก็อาจจะไม่สนใจที่จะมาทำอาชีพเกษตรกรเหมือนพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย แต่สนใจที่จะทำงานในภาคอุตสาหกรรม หรือภาคท่องเที่ยวบริการแทน 

"ประยุทธ์" ยก "ดำ ขยันยิ่ง" ตัวอย่างเกษตรกร 4.0 

โดยเฉพาะภาคการบริการ เช่น การค้าขาย โรงแรม ภัตตาคาร ที่เห็นว่ามีแรงงานเพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัญหาแรงงานลดลงนี้ จะทำให้ศักยภาพการผลิต และ ความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทยปรับลดลงต่อเนื่อง 

ดังนั้น เราคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ด้วยมาตรการระยะสั้นอีกต่อไป โดยการช่วยเหลือเยียวยารายได้ของพี่น้องเกษตรกร แต่เพียงอย่างเดียว เราต้องคำนึงถึง “การสร้างภูมิคุ้มกัน” ระยะยาวเพื่อให้เกษตรกรสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ที่กำลังถาโถมเข้ามารอบด้านได้ด้วย 

ทางที่ดีที่สุด ก็คือ “การพัฒนาคนในภาคเกษตร” ให้เข้มแข็ง ให้มีคุณภาพ มีความรู้รอบตัวรอบด้านมากขึ้น มีทักษะที่เหมาะสม ทำด้วยใจรักนะครับ พี่น้องเกษตรกรสามารถใช้ข้อมูลข่าวสาร ด้านการผลิต ราคา และสภาพตลาด เป็นเครื่องมือเข้ามาช่วยได้ เข้ามาเสริมการทำธุรกิจ ให้ได้มากขึ้น 

อีกทั้ง ยังต้องมีการสร้างค่านิยม เพื่อให้ประชาชนเห็นคุณค่าของอาชีพเกษตรกรรม รัฐเอง ก็ต้องเข้าไปเสริมในเรื่องการสนับสนุนองค์ความรู้ การใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการผลิตด้วย 

 

"ประยุทธ์" ยก "ดำ ขยันยิ่ง" ตัวอย่างเกษตรกร 4.0 

ทั้งนี้ รัฐบาลมีแผนในการสร้าง “เกษตรกรยุคใหม่” ซึ่งจะต้องดำเนินการให้สอดคล้อง กับแต่ละกลุ่มคน เราแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่  

1. กลุ่มบัณฑิตใหม่ที่จบสาขาเกษตร มีความรู้ แต่ก็ไม่ได้เข้ามาเต็มตัว เพราะอาจจะขาดปัจจัย  เช่น ที่ดิน หรือเงินทุน และโอกาส ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพ   นะครับ เราจะให้การสนับสนุนปัจจัย และจัดหาที่ดินทำกิน เพื่อสร้างโอกาสให้กลุ่มนี้   อาจจะมีการรวมกลุ่มกันสร้างฟาร์ม หาที่ดินให้อะไรให้ทำนองนี้ เพื่อสร้างเป็นตัวอย่างเพื่อให้มีผลผลิตออกมาเพื่อขยายไปสู่ประชาชนหรือเกษตรกรโดยทั่วไปด้วยนะครับ 

2. กลุ่มเกษตรกรเดิมและลูกหลานเกษตรกร ซึ่งผมเห็นว่าเป็นกลุ่มที่ ต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นผู้ที่มีพื้นฐาน และมีความพร้อมอยู่แล้วในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอยู่แล้ว เราจะต้องมุ่งสร้างค่านิยม ให้คนกลุ่มนี้เห็นคุณค่าของอาชีพเกษตรกรรม รวมถึง สร้างความมั่นคงด้านรายได้ ลดหนี้สินให้ได้ ตลอดจน สนับสนุนองค์ความรู้ด้านการเกษตร อย่างครบวงจร 

มีการใช้ระบบข้อมูล เทคโนโลยี เพื่อจัดกระบวนการผลิต และลดความเสียหาย ที่เกิดจากภัยพิบัติธรรมชาติให้ได้มากที่สุด  ให้มีการเลือกผลิตสินค้าเกษตรที่มีโอกาสทางการตลาด  คือ ปลูกแล้วก็ขายในสิ่งที่ตลาดต้องการ อย่าไปคิดปลูกเองแล้วอยากจะขายให้ได้ราคาดี มันเป็นไปไม่ได้ นะครับ และ 

3. กลุ่มที่อยู่ภาคการผลิตอื่น หรือ ผู้สนใจเข้าสู่ภาคเกษตร ซึ่งต้องเน้นการให้ความรู้ และคำปรึกษาในการผลิต นะครับแนวทางเหล่านี้ อยู่บนพื้นฐานการวิเคราะห์ข้อมูลและ บทเรียนของเกษตรกรรุ่นใหม่รวมถึงการสำรวจความเห็นของเกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ 

ที่พบว่า องค์ประกอบสำคัญในการผลักดันการสร้าง “เกษตรกรรุ่นใหม่” ให้ประสบผลสำเร็จนั้น ได้แก่...  

1. เกษตรกรต้องมีใจรักในอาชีพเกษตรกรและ ใฝ่เรียนรู้ตลอดเวลา ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่จะทำให้เกิดความทุ่มเท เอาใจใส่ และ มีความสุขกับสิ่งที่ทำ 

2. การสร้างแรงจูงใจและการเพิ่มศักยภาพการทำเกษตร สนับสนุนให้เกษตรกรที่ทำการเกษตรอยู่แล้ว หรือเกษตรกรที่เข้ามาใหม่ มีความสนใจและพร้อมทำการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ 

3. การสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่เข้าสู่การทำการเกษตร โดยทุกภาคส่วน ไม่ว่ารัฐหรือเอกชนควรร่วมจะกันสนับสนุนและผลักดันให้เกิดเกษตรกรรุ่นใหม่ๆ เพื่อสืบสานอาชีพเกษตรกรรม ที่เป็นอาชีพสำคัญของประเทศนี้ แต่จะต้องทำอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมากยิ่งขึ้นด้วยนะครับ 

และ 4. การยกย่องเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณกับเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จเพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับเกษตรกรมีความตั้งใจประกอบอาชีพและยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ ให้กับเกษตรกรรุ่นใหม่ๆ หรือผู้ที่สนใจจะเข้ามาทำอาชีพเกษตรกรต่อไป 

พี่น้องประชาชนครับ การสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่นี้ ต้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว 

เพื่อให้สามารถชดเชยแรงงานพี่น้องเกษตรกรที่ลดลงให้ได้มากที่สุด ซึ่งจำเป็นจะต้องอาศัย ความร่วมมือและการผลักดันร่วมกัน ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน 

ก็เป็นที่น่ายินดี ที่องค์กรในภาคเอกชนหลายแห่ง ได้ให้การสนับสนุนนโยบายพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นอย่างดี 

มีการจัดกิจกรรมหรือโครงการฝึกอบรม,ให้การสนับสนุนเทคโนโลยี,มีการจัดการประกวดกระบวนการพัฒนานวัตกรรมและการสรรหาเกษตรกรต้นแบบ ที่มีศักยภาพในการเป็นผู้นำเกษตรกรยุคใหม่  เป็นต้น 

"ประยุทธ์" ยก "ดำ ขยันยิ่ง" ตัวอย่างเกษตรกร 4.0 

ผมขอยกตัวอย่างที่น่าสนใจของเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่ประสบความสำเร็จแล้ว เช่น กรณีของ “นายดำ ขยันยิ่ง” เกษตรกรต้นแบบ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9เรื่องการเกษตรแบบอินทรีย์ 

แล้วนำมาปรับความคิดของตน เริ่มจากการปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อจะเพิ่มธาตุอาหารในดิน สลับกับการปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ทำให้สามารถพลิกชีวิตตัวเอง จากชาวนาที่เคยประสบปัญหาหนี้สิน ที่ดินถูกยึด  จนกลายมาเป็นเกษตรกรที่ได้รับชื่อว่า เป็นผู้นำของการผลิตข้าวหอมมะลิอินทรีย์ แห่งอำเภอปลายมาศ 

ที่ช่วยเหลือเพื่อนบ้านและชุมชน  ผันตัวเข้ามาสู่ “วิถีเกษตรอินทรีย์” ด้วย  นะครับการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ - ผสมผสานกับการเลี้ยงสัตว์ จะช่วยเพิ่มรายได้ขึ้น แน่นอน  มากกว่าการปลูกพืชเชิงเดี่ยว มีความเสียหาย จากน้ำท่วมฝนแล้งตลอดเวลา แล้วก็ไม่ได้กำไร  ไม่เหลือเงิน   

เราจะต้องทำหลายๆ อย่าง ประกอบกันนะครับเพื่อจะได้เลี้ยงดูตัวเองได้  ในระหว่างที่สัตว์ยังไม่โตหรือ ต้นไม้ยังไม่ออกผล  เราต้องลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือนให้ได้   เหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดเกษตรผสมผสานตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 นะครับ เกษตรทฤษฎีใหม่ก็มี อะไรก็มีทั้งหมดครับ 

นอกจากนี้ รัฐบาลก็มีการดำเนินการให้หลายส่วนงานดำเนินการ ไปพร้อมๆ กันด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งล่าสุด กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ก็ได้จัดทำโครงการพัฒนาเกษตรกรด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (InnoAgri) เหมือนกับ Agri Map นะครับ  

อันนี้ก็เป็นเรื่องของอินโนเวชั่น คือนวัตกรรม แผนที่ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม นะครับพูดง่ายๆ    ก็จะเป็นการสร้างโอกาสให้มีการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปใช้เพื่อสนับสนุน การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ภาคการเกษตรของประเทศ 

"ประยุทธ์" ยก "ดำ ขยันยิ่ง" ตัวอย่างเกษตรกร 4.0 

สอดคล้องกับทิศทางของ“ประเทศไทย 4.0”  ภายใต้แนวทางการปรับเปลี่ยนการเกษตรแบบเดิม  ที่ใช้แรงงานเป็นหลัก ไปสู่การพัฒนาด้วยระบบบริหารจัดการ และ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ หรือ Smart Farming 

ก็ได้มีการคัดเลือกเกษตรกร โดยสภาเกษตรกรแห่งชาติ และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งดำเนินการผ่าน 3  รูปแบบ อันได้แก่...  

1. ยกระดับเกษตรกรเป็น เกษตรกรไฮเทค ที่สามารถจะนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เหมาะกับยุคสมัย ไปใช้สำหรับการลดต้นทุน และเพิ่มรายได้   

2. ยกระดับเกษตรกรเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร สำหรับสร้างมูลค่าเพิ่มโดยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากผลิตผล   

และ 3. การสนับสนุนการสร้างเกษตรนวัตกรรมยั่งยืน ด้วยการสร้างชุมชนเกษตรนวัตกรรม ที่มีความสามารถในการนำวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มผลิตภาพการผลิต ตลอดห่วงโซ่คุณค่า 

ซึ่งที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมโครงการมากกว่า 6,000 รายแล้ว และทางกระทรวงฯ จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ก็ขอให้ผู้สนใจ คอยรับฟังข่าวสาร  เพื่อจะเข้าร่วมและใช้ประโยชน์จากโครงการให้ได้ อย่างเต็มที่ ปากต่อปากบอกกันไปนะครับ ชักชวนเพื่อนกันเข้ามา  ไม่งั้นมันก็ไม่เกิดเป็นจำนวนมากๆนะครับ มันก็ไม่ได้ผลที่ชัดเจนออกมา นะครับ 

พี่น้องประชาชน ครับ อนาคตของประเทศไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า และต่อๆ ไป เราจะต้องการ “นวัตกรรม” ของเราเอง แทนการพึ่งพา หรือ การจัดซื้อนวัตกรรมของต่างชาติมาใช้ ซึ่งจะทำให้เราไม่มีวันที่จะเข้มแข็งได้ หรือเราก็ไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขันขึ้นมาได้" 

ทั้งนี้ การริเริ่มสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ นั้น ผมอยากให้เริ่มจากเรื่องง่ายๆ จากวิถีชีวิต จากปัญหาที่เราต้องประสบอยู่ทุกวัน แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยนวัตกรรมของเราเอง ของคนไทย ที่จะสามารถแก้ปัญหาที่ยั่งยืนได้  

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีรายได้น้อย      เขาไม่มีกำลังทรัพย์ที่จะไปซื้อหาอะไรได้มากนัก ช่วยเขาดูตรงนั้น  คิดค้นสิ่งต่างๆเหล่านี้มาที่มันจะประหยัดค่าใช้จ่ายลง อาทิเครื่องไม้เครื่องมืออะไรต่างๆ ที่เราทำเองได้ ราคาถูกลง เหล่านี้ เราต้องเร่งการพัฒนาวิจัยออกมาให้ได้นะครับ แล้วก็ใช้เป็นจำนวนมากได้ด้วย ทุกพื้นที่" 

related