
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
ที่มา ส.ว.แบบฉบับของ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มีความซับซ้อนกว่าระบบสรรหาแบบเดิมมาก ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการปิดช่อง ที่สามารถจะเกิดการทุจริตได้ โดยที่ประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญนอกสถานที่ จังหวัดระยอง ได้พิจารณาหลักการร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาเบื้องต้นแล้ว มี 100 มาตรา 3 หมวด โดยที่มาของวุฒิสภา ให้ กกต.เป็นผู้ดำเนินการคัดเลือก
ส.ว.จากกลุ่มสังคม 20 กลุ่ม อาทิ กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดิน กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กลุ่มอาชีพทำนาและปลูกพืชล้มลุก กลุ่มอาชีพทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง กลุ่มสื่อสารมวลชน กลุ่มสตรี เป็นต้น
ส่วนหลักฐานการสมัครให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เป็นผู้กำหนด แต่หากจะสมัครในพื้นที่ใด ผู้สมัครต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน เกิดในพื้นที่ เรียนหรือทำงาน อย่างใดอย่างหนึ่ง สำหรับ ขั้นตอนการคัดเลือก กกต.ต้องเปิดรับสมัครค่าสมัครคนละ 2,500 บาท
ส่วนวิธีการคัดเลือก เริ่มจากระดับอำเภอก่อน โดยให้แต่ละกลุ่มเลือกกันเอง ซึ่ง 1 คน มีสิทธิ์เลือกได้ 2 คน ให้เหลือกลุ่มละ 5 คน จากนั้นเลือกไขว้ให้เหลือกลุ่มละ 3 คน ก่อนส่งไประดับจังหวัด พอถึงระดับจังหวัด ดำเนินการเลือกไขว้ให้เหลือกลุ่มละ 1 คน เพื่อส่งไประดับประเทศ จากนั้นระดับประเทศเลือกไขว้ให้เหลือกลุ่มละ 10 คน จะได้ ส.ว.จำนวน 200 คน
ทั้งนี้ได้เพิ่มมาตรการป้องกันการฮั๊วกันเอง โดยให้จับสลากก่อนว่ากลุ่มตนเองจะได้เลือกไขว้กับกลุ่มไหนก่อน ขณะเดียวกันมีการเพิ่มบทลงโทษใหม่ด้วย อาทิ ห้ามมิให้กระทำการหรือสนับสนุนให้คนเข้ารับหรือไม่เข้ารับสมัคร หรือมีประโยชน์ต่างตอบแทน ห้ามกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงท้องถิ่นช่วยเหลือผู้สมัครให้ได้เป็น ส.ว.และห้ามจูงใจหรือใช้อิทธิพลให้มีการเลือก ซื้อเสียง สัญญาว่าจะให้ หรือข่มขู่ ฝ่าฝืน มีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี ด้วย
อย่างไรรูปแบบนี้จะได้ใช้แบบเต็มรูปแบบหลังการเลือกตั้งไปแล้ว 5 ปี เพราะบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญกำหนดให้ ส.ว.ชุดแรกช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปีแรก มาจากการคัดเลือกของ คสช.
[embed]https://youtu.be/LIUeYYDVdlg[/embed]