
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
กรมการขนส่งทางบก เตรียมเปิดแถลงลดความสับสนการเปลี่ยนชื่อสายรถเมล์ ขสมก. เป็นภาษาอังกฤษ 9 สิงหาคมนี้ ก่อนนำรถออกทดลองวิ่งให้บริการ 8 เส้นทางในวันที่ 15 สิงหาคม
- 07 ส.ค. 60 - นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงแผนปฏิรูปเส้นทางเดินรถ ขสมก. ที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องความสับสนการใช้ชื่อสายรถเมล์เป็นภาษาอังกฤษว่า เป็นการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปที่จะทำคู่ขนานกันไป ทั้ง การทดลองเดินรถ การให้ความรู้ความเข้าใจกับประชาชน และการเปิดให้ผู้สนใจยื่นความประสงค์ขอเดินรถตามแผนปฏิรูปเส้นทาง ซึ่งตามแผนจะใช้เวลา 2 ปี หรือ ช่วงปี 2560-2561 และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนถ่ายโอนสัญญารถร่วมบริการโดยบริษัทเอกชนที่อยู่ในการกำกับดูแลขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. มายังกรมการขนส่งทางบก หลังจากนั้น กรมการขนส่งทางบก จะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแล ส่วน ขสมก.จะทำหน้าที่เป็นผู้เดินรถ หรือโอเปอเรเตอร์ เพียงอย่างเดียว ตามมติคณะรัฐมนตรี
ในช่วงการเปิดทดลองการเดินรถ 8 เส้นทางในวันที่ 15 สิงหาคมนี้ และ โครงการนำร่องการประกาศคัดเลือกผู้สนใจที่มีความประสงค์จะขอเข้าร่วมประมูลเดินรถในเส้นทางใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดให้บริการมาก่อน รวม 10 เส้นทาง จะดำเนิน การภายในปี 2560
จากทั้งหมด 269 เส้นทางซึ่งปัจจุบันมีเส้นทางการเดินรถประจำทางอยู่ประมาณ 200 เส้นทาง
สำหรับโครงการนำร่องเส้นทางใหม่ได้ทยอยประกาศคัดเลือกผู้สนใจที่ประสงค์จะขอเดินรถไปแล้ว 2 เส้นทาง ได้แก่ สาย R26E สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์-โรงพยาบาลรามาธิบดี (ทางด่วน) และ สาย Y70E มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายาสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต (ทางด่วน) และ รู้ผลผู้สนใจเข้ารับคัดเลือกเดินรถภายในต้นเดือนกันยายนนี้
ในช่วงการปรับเปลี่ยนนี้จะอำนวยความสะดวกผู้โดยสารด้วยการติดป้ายเลขรถเมล์ทั้งเก่าและใหม่ควบคู่กัน เพื่อสร้างความเข้าใจและความคุ้นเคยในการเดินทาง แต่ยืนยันว่าแผนการปฏิรูปรถเมล์ต้องเดินหน้า เพื่อประโยชน์ในระยะยาว
ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ กรมการขนส่งทางบก จะร่วมแถลงความชัดเจนเรื่องแผนการเดินรถ และ ปัญหาเรื่องความสับสนของการใช้ตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษมาเป็นชื่อสายรถเมล์ด้วย
นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม และรักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. เปิดเผยว่า จำนวนเส้นทางที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 269 เส้นทาง
จากปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 200 เส้นทาง เนื่องจากได้ลดระยะทางต่อเส้นทางจากปกติ 31 กิโลเมตรต่อเส้นทาง เหลือ 28 กิโลเมตรต่อเส้นทาง เพื่อให้การเชื่อมต่อเส้นทางครบถ้วนและผู้ขับรถมีเวลาพักมากขึ้น