ตำรวจปทุมธานี เร่งล่าตัวคนร้าย ใช้เหล็กทุบหัวรปภ.เสียชีวิต โรงเรียนเอกชน ล่าสุดตำรวจคุมผู้ต้องสงสัย 1 ราย อยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง น้องสาวเผยพี่ชายเล่าว่าเมื่อคืนเข้าไปขอน้ำดื่มจาก รปภ.
ตำรวจ สภ.ลำลูกกา ได้รับแจ้งเหตุมี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถูกทำร้ายจนเสียชีวิต เหตุเกิดภายในโรงเรียนเอกชนเหตุหนึ่ง หมู่ 17 ต.บึงคำพร้อย. อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี จึงจึงเดินไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมแพทย์จากนิติเวช รพ.ลำลูกกา และอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยร่มไทรลำลูกกา
ในที่เกิดเหตุเป็นโรงเรียนที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ม.6 ภายในโรงเรียนดังกล่าว ข้างรั้วลวดหนาม ใกล้บ้านพักครูพบศพ นายปริญญา หรือ โน๊ต อุ่นทรัพย์ อายุ 36 ปี สภาพศพนอนตะแตงคว่ำหน้า ไม่สวมเสื้อ นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ที่ศีรษะมีบาดแผลถูกของแข็งตีจนกะโหลกศีรษะแตก มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ใบหน้าข้างกันพบกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ ใกล้กับพบเหล็กแป็บกลมยาว เปื้อนเลือด มีเส้นผมติดอยู่ตกอยู่ริมรั้ว
จากการสอบสวน นายทัศนัย ทาเอื้อ อายุ 43 ปี เพื่อน รปภ.ที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ตาย เมื่อมาถึงแล้วกลับไม่พบผู้ตายที่ป้อมรปภ.เช่นทุกวัน จึงได้เดินดูรอบไปบริเวณจนพบผู้เสียชีวิตนอนอยู่บริเวณริมรั้ว จึงได้รีบโทรแจ้งครูและตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ ปกติผู้ตายเคยบอกว่าชอบมีวัยรุ่นแอบเข้ามาเก็บใบกระท่อมที่อยู่ด้านหลังข้างนอกโรงเรียน เวลาจะเดินไปเก็บต้องเดินผ่านรั้วของโรงเรียน และผู้ตายเคยมีปัญหากับพวกวัยรุ่น จนเกิดมีปากเสียงกันขั้นรุนแรง
ทั้งนี้จากการตรวจสอบทราบว่าเมื่อเวลา 04.40 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากผู้ตายว่ามีคนร้ายเข้ามาก่อกวนในโรงเรียน จากนั้นเจ้าหน้าที่สายตรวจได้เดินทางมาตรวจสอบ พบคนตายยืนอยู่ แต่บอกว่าคนร้ายหลบหนีไปแล้ว จึงได้เดินทางกลับกระทั่ง ได้โทรเข้ามาหาผู้แจ้งอีกครั้งเพื่อปิดเหตุ แต่ติดต่อไม่ได้ จนต่อมาช่วงเช้าจึงได้รับแจ้งอีกครั้งว่า รปภ.คนดังกล่าวถูกตีจนเสียชีวิต
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเพื่อเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี
ทางด้าน พ.ต.อ.เอกราช ช่วยศรี ผกก.สภ.ลำลูกกา เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ให้ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงเรียนเพื่อหาเบาะแสคนร้ายคาดว่าผู้ก่อเหตุนั้นไม่ได้ประสงค์ต่อทรัพย์เพราะทรัพย์สินของผู้ตายยังอยู่ครบและในโรงเรียนไม่มีร่อวรอยการรื้อค้น
โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชาย 1 คน ที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุมาทำการสอบปากคำแต่ยังไม่สามารถสอบปากคำได้เพราะอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งจึงนำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องคุมขัง ขณะที่น้องสาวของผู้ต้องสงสัยได้เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจคาดว่าพี่ชายเป็นผู้ก่อเหตุ