
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
เกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ประณามสหประชาชาติ หรือยูเอ็น ในการใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อกรณีโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ และว่าจะเอาคืนสหรัฐหลายพันเท่า ฐานบงการให้เกาหลีเหนือถูกโดดเดี่ยว
สำนักข่าวกลางเกาหลีเกาหลีหนือ หรือเคซีเอ็นเอ เผยแพร่แถลงการณ์จากทางการเกาหลีเหนือระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซี มีสหรัฐเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังเพื่อหวังโดดเดี่ยวเกาหลีเหนือ มาตรการดังกล่าวถือว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยของประเทศอย่างร้ายแรง และเกาหลีเหนือจะไม่ยอมเจรจาหรือถอยโครงการอาวุธนิวเคลียร์แม้แต่ก้าวเดียว แม้จะต้องเผชิญภัยคุกคามจากสหรัฐก็ตาม นอกจากนี้ สหรัฐจะต้องถูกเอาคืนอย่างสาสมหลายพันเท่า พร้อมกับย้ำว่าสหรัฐไม่ได้ปลอดภัยจากอาวุธของเกาหลีเหนือ รวมถึงประเทศอื่นๆ ที่สนับสนุนสหรัฐก็เช่นกัน
ขณะเดียวกัน นายบัง ควาง-ฮยุค โฆษกของเกาหลีเหนือในประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) เผยต่อผู้สื่อข่าวนอกรอบการประชุมที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ว่า สหรัฐเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตความขัดแย้งด้านนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี และว่าเกาหลีเหนือจะไม่หยิบยกประเด็นการพัฒนานิวเคลียร์และขีปนาวุธขึ้นบนโต๊ะเจรจา หากสหรัฐและชาติพันธมิตรยังไม่ยุตินโยบายข่มขู่คุกคามเกาหลีเหนือ
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยูเอ็นเอสซีมีมติเป็นเอกฉันท์ 15-0 เสียง ให้ใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ตามข้อเสนอของสหรัฐ ซึ่งประกอบด้วยคำสั่งห้ามเกาหลีเหนือส่งออกถ่านหิน เหล็กและแร่เหล็ก ตะกั่วและแร่ตะกั่ว ปลา และอาหารทะเล รวมเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 33,000 ล้านบาท) เนื่องจากเห็นว่ารายได้จากการส่งออกสินค้าของเกาหลีเหนือถูกนำไปใช้เพื่อพัฒนาโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ อย่างไรก็ดี มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อเกาหลีเหนือจะไม่กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนชาวเกาหลีเหนือ