"ก๋ง และ เตี่ย" สั่งให้ทดแทนคุณแผ่นดิน!

23 ต.ค. 2563 เวลา 8:29 น.

"ชาวสุโขทัย"ออกโรงป้องสถาบัน ใส่เสื้อเหลืองแน่นหน้าลานพ่อขุนรามคำแหง ลั่นไม่ยอมให้ใครมาทำลาย ขอรัฐบาลช่วยเผยแพร่พระราชกรณียกิจหลังคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยเห็น สุดประทับใจคนไทยเชื้อสายจีนร่วมปกป้องหลัง "ก๋งและเตี่ยสั่งให้ทดแทนแผ่นดิน"

เมื่อวันที่ 23 ต.ค.เวลา 13.00 น. ที่อนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช อุทยานประวัติศาสตร์ จ.สุโขทัย มีกลุ่มประชาชน จ.สุโขทัย ที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้ส่วมใส่เสื้อเหลือง เพื่อแสดงพลังและจุดยืนในการจงรักภักดีต่อสถาบัน โดยมีบุคคลสำคัญเข้าร่วม เช่น นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ นายมนู พุกประเสริฐ อดีต ส.ส.สุโขทัย รวมทั้ง ข้าราชการ ผู้นำท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก 

โดยการรวมตัวครั้งนี้ประชาชนผู้ภักดีต่อสถาบันได้รวมตัวบริเวณด้านหน้าลานพ่อขุนรามคำแหง จนเต็มพื้นที่ และได้มีการนำพระบรมฉายาลักษณ์ทั้งรัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ชูขึ้นเหนือหัว เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี และมีการโบกธงชาติ และชูป้ายข้อความ อาทิ "ชาวสุโขทัยรักราชวงศ์จักกรี ปกป้องสถาบัน"  "การเมืองคิดต่างได้ แต่สถาบันหยุดย่ำยี" และพร้อมใจกันกล่าว "ทรงพระเจริญ" "คนสุโขทัยรักในหลวง" 

นางพรรณสิริ นำกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณและปกป้องสถาบัน ว่า พวกเราประชาชนชาวจังหวัดสุโขทัย ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข โอกาสนี้ พวกเราชาว จ.สุโขทัย ทุกคน ขอรวมพลังแสดงออกถึงความจงรักภักดี และยืนหยัดที่จะปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้ธำรงไว้เพื่อความรัก สมัครสมาน สามัคคีของชาวสุโขทัย ขอพระบารมีแห่งบูรกษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ตั้งแต่กรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และราชวงศ์จักรี และดวงวิญญาณแห่งองค์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช จงอภิบาลคุ้มครองให้ชาวสุโขทัย และปวงไทยทุกคนมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง สถาบันพระมหากษัตริย์ยืนยงอยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดจิรัฐกาล พวกเราทั้งหลายขอน้อมถวาย ความจงรักภักดี ขอทุกพระองค์ทรงพระเจริญ

 

จากนั้นทุกคนร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และกล่าว "ทรงพระเจริญ" อย่างกึกก้อง ขณะที่บรรยากาศการรวมตัวเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมและทยอยเดินทางกลับ และบางส่วนได้ไปร่วมกิจกรรม "งานประเพณีลอยกระทง เผาเทียนเล่นไฟ ประจำปี 2563" ระหว่างวันที่ 23 ต.ค.- 1 พ.ย. ที่เริ่มจัดในวันนี้เป็นวันแรก 

โดยน.ส.เนาวรัตน์ ไทรชมภู ชาวอ.ศรีสัชนาลัย กล่าวว่า การมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ ตนเดินทางมาเองด้วยหัวใจที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และได้เตรียมธงชาติและป้ายที่แสดงความจงรักภักดีมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ พร้อมมองว่า สถานการณ์ปัจจุบันที่มีการจาบจ้วงสถาบันทำให้ตนรู้สึกไม่สบายใจและเจ็บข้างในหัวใจ ซึ่งตนมองว่ากลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนอาจจะยังไม่มีความเข้าใจหรือไม่ค่อยได้ติดตามพระราชกรณียกิจ จึงยังไม่ทราบว่าในหลวงได้ทรงริเริ่มสร้างอะไรให้คนไทยบ้าง ซึ่งมีหลายโครงการอย่างที่ตนได้นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน คือ เศรษฐกิจพอเพียง ที่ทำให้ตนรู้จักการประหยัด ส่วนในหลวงรัชกาลที่ 10 คือ จิตอาสา ที่ให้ทุกคนได้ออกมาช่วยกันทำความดีช่วยเหลือประชาชนด้วยกัน 

ด้านน.ส.ศิริรัตน์ สืบจันทร์ ชาวอ.เมืองสุโขทัย กล่าวว่า ขอเป็นตัวแทนชาวสุโขทัยที่ส่งต่อไปยังคนไทยทั้งประเทศว่า ตนรักและเทิดทูลสถาบัน เพราะหากไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เราจะอยู่อย่างไร ซึ่งตนจะไม่ให้ใครมาทำลายสถาบันหลักของประเทศ ตนตั้งใจมาร่วมกิจกรรมในวันนี้ เพราะต้องการปกป้องและเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์เพราะเป็นสถาบันหลักของชาติ ตนรู้สึกเสียใจมากที่ผู้ชุมนุมบางส่วนพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นตนจึงเห็นว่าอยากให้รัฐบาลช่วยเผยแพร่พระราชกรณียกิจว่ามีมากแค่ไหน เยาวชนอาจจะยังไม่เข้าใจ 

ขณะที่คนไทยเชื้อสายจีนอายุ 75 ปีรายหนึ่ง ชาวอ.เมืองสุโขทัย ที่มีการแขวนป้าย "ก๋งและเตี่ย สั่งไว้เทิดทูลสถาบัน ทดแทนแผ่นดิน" ได้กล่าวว่า ตนรู้สึกปลื้มใจที่ได้ร่วมกิจกรรมในวันนี้ แม้ตนจะเดินไม่ค่อยไหว แต่ตนตั้งใจที่จะเดินทางมา เพราะตนอยากมาแสดงความจงรักภักดี ที่ชาวสุโขทัยมีความจงรักภักดีล้านเปอร์เซ็นต์