ระวัง ! ช่วงนี้ลมหนาวพัดตึ้งมาพร้อมไวรัสวายร้าย RSV -พบเด็กป่วยแน่นรพ.

26 ต.ค. 2563 เวลา 8:55 น.

เป็นธรรมดาช่วงที่ปลายฝนต้นหนาวคนจะเจ็บป่วย ไม่สบาย แต่โรคที่มากับลมหนาวบางโรคน่ากลัวกว่าที่คิด อย่าง โรคไวรัส RSV" ที่กำลังระบาดหนักในเด็กอยู่ขณะนี้ ทำให้มีเด็กเข้าโรงพยาบาลทั่วประเทศแน่นเลยทีเดียว ซึ่งโรคนี้มีความน่ากลัวพอๆ กับโควิด-19 ดังนั้นผู้ปกครองควรเฝ้าระวัง

เป็นธรรมดาช่วงที่ปลายฝนต้นหนาวคนจะเจ็บป่วย ไม่สบาย แต่โรคที่มากับลมหนาวบางโรคน่ากลัวกว่าที่คิด อย่าง โรคไวรัส RSV          

          ลมหนาวพัดตึ้งมาทันใด แพทย์มักจะออกมาเตือนเสมอว่าให้ทุกคนดูแลสุขภาพอาจเจ็บไข้ได้ป่วยง่าย ยิ่งปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ไม่ต้องพูดถึงคนไข้แน่นโรงพยาบาล พูดไม่ทันขาดคำ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีแพทย์ออกเตือนแล้วว่า ช่วงนี้"ไวรัส RSV" กำลังระบาดหนักในเด็ก ที่สำคัญน่ากลัวไม่แพ้ "โควิด-19" เลยทีเดียว  

          ทั้งนี้พบว่าปัจจุบันมีเด็กป่วยทั่วประเทศแน่นทุกโรงพยาบาล ซึ่งโรคนี้จะเกิดพร้อมกับลมหนาว ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจากนี้ไปจะหนักหน่วงแค่ไหน โดยโรคนี้จะมีอาการ คือ เป็นไข้หวัด หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบจากเชื้อไวรัส RSV นอกจากมีไข้แล้ว ยังจะมีไอ เสมหะ น้ำมูก บางรายอาการหนักมี หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด

          นอกจากนี้เด็กจะหายใจเร็ว แรงเพราะใช้กล้ามเนื้อกระบังลมช่วยหายใจ, Spasm หลอดลมไวและตีบได้ ไวต่อสิ่งกระตุ้น และ Secretion สารคัดหลั่งในหลอดลมมาก และอุดหลุดลม หายใจลำบาก ต้องดูดเสมหะช่วย บางรายรุนแรง เขียว หายใจล้มเหลว ต้องให้ออกซิเจน หรือใส่ท่อช่วยหายใจใน icu ทั้งนี้กลุ่มเสี่ยง คือเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ยิ่งอายุน้อยยิ่งรุนแรง คลอดก่อนกำหนด มีโรคประจำตัว เช่น ปอด หัวใจ

          สำหรับแนวทางรักษา หมอจะรักษาตามอาการ ไม่มียาต้านไวรัส  ส่วนใหญ่จะให้ยาทั้งกินและฉีด ไม่มีวัคซีน การรักษา คือ พ่นยา ดูดเสมหะ ให้ออกซิเจน ให้สารน้ำ ยาลดไข้ การพยากรณ์โรค มีตั้งแต่ไม่รุนแรง หวัด ไอ น้ำมูกจนไปถึง ปอดอักเสบ หายใจล้มเหลว ไวรัสตัวนี้หากหายดีแล้ว มีโอกาสเป็นซ้ำ ร่วมกับถ้ามีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว พ่อหรือแม่ อนาคต เด็กอาจจะเป็นโรคหอบหืดตามมาได้

           อย่างไรก็ตามหากใครที่จะหาแนวทางป้องกันเพื่อไม่ให้บุตรหลานของท่านติดโรคนี้ ต้องปฏิบัติ ดังนี้

-  ควรหลีกเลี่ยงไปชุมชนที่มีคนเยอะ ลดความเสี่ยงใกล้เด็กที่ป่วย แต่ถ้าป่วยต้องอยู่บ้าน หยุดเรียน พบแพทย์

-หากเป็นแล้วให้รู้ว่า วัคซีนโรคอื่นๆ ที่ป้องกันร่วมได้ เช่น ไข้หวัดใหญ่ วัคซีนไอพีดี สามารถให้แพทย์ฉีดได้

-รักษาความอบอุ่นของร่างกาย ช่วงนี้อากาศเย็น หนาว ไวรัสเข้าร่างกายง่าย

-คนที่มีโรคประจำตัวเช่น หอบหืด โรคหัวใจ โอกาสติดง่าย และอาการรุนแรงกว่า ต้องระวังอย่าขาดยาประจำ ป่วยรีบมาพบแพทย์

-ควรล้างมือ สวมหน้ากาก รักษาระยะห่าง ใช้มาตรการเดียวกับป้องกันโรคโควิด-19 ควรล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำ

-ควรให้เด็กดื่มน้ำอย่างเพียงพอเพื่อลดภาวะขาดน้ำและช่วยขับเสมหะออกจากร่างกาย เด็กเล็กที่ยังไม่หย่านมสามารถให้เด็กดูดนมได้มากตามต้องการ และแยกอุปกรณ์และภาชนะต่างๆ ของเด็กแต่ละคน ไม่ควรใช้ร่วมกัน

          สิ่งสุดท้ายที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรรู้ คือ การเฝ้าสังเกต ว่าแบบไหนลูกเราเข้าข่ายที่จะเป็นโรคนี้  คือต้องบอกก่อนเลยว่า เชื้อไวรัส RSV มีระยะฟักตัวประมาณ 3-6 วัน  จากนั้นจะมีอาการคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา เริ่มจากมีน้ำมูก จาม ไอ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลบุตรหลายอย่างใกล้ชิดช่วงนี้ หากพบลูกมีอาการดังกล่าวควรพบแพทย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด