"บิ๊กตู่" ชี้ ตราบใดประเทศชาติยังไม่สงบ คนเป็นนายกฯ คงไม่มีความสุข

27 พ.ย. 2563 เวลา 8:44 น.

นายกรัฐมนตรี ลั่น ตราบใดที่ประเทศชาติไม่เรียบร้อย คนเป็นนายกรัฐมนตรี-รองนายกรัฐมนตรี คงไม่มีความสุข ชี้ อยากเห็นคนไทยมีความสุข แต่ต้องอยู่ในกรอบ ตามหน้าที่สิทธิ เสรีภาพความรับผิดชอบตามกฎหมาย

 

วันนี้ 27 พฤศจิกายน 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังการเป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาการจัดหาวัคซีน COVID - 19 ว่า เป็นการลงนามร่วมกันระหว่างไทยกับประเทศผู้ผลิตและค้นคว้าวิจัย โควิด -19 กับทางมหาวมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ซึ่งเป็นสัญญาการจองซื้อ ซึ่งบริษัทAstraZeneca และบริษัทคู่สัญญา ถือว่า มีความก้าวหน้าในระดับที่สูง และมีแนวโน้มว่าจะสามารถผลิตวัคซีนได้ภายในต้นปีหน้า

 

สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเตรียมความพร้อมภายในประเทศ ทั้งการนำเข้าสู่บรรจุภัณฑ์ การขนย้ายวัคซีน การเก็บรักษา ในส่วนของบริษัทสยามไบโอไซน์ของไทย ซึ่งเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกิดขึ้นจากพระราโชบายว่า จะต้องมีบริษัทที่ผลิตยา แล้ววัคซีนให้กับคนไทย เพื่อให้เกิดความทั่วถึง ภายในประเทศ ถือเป็นสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ที่ได้ทรงสืบสานรักษาและต่อยอด พร้อมกับพระราชทานพระราชานุญาต ให้บริษัทสยามไบโอไซน์ เป็นบริษัทที่ทำการผลิตและ ถ่ายทอดเทคโนโลยี

โดย นายกรัฐมนตรี ยังระบุอีกว่า ในวันข้างหน้า ตนไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก ถือได้ว่าการลงนามในวันนี้เป็นความพร้อมของประเทศไทย ตนขอให้คนไทยทุกคนได้ช่วยกัน ทำให้ทุกอย่างนั้นสำเร็จไปได้ด้วยดี

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่ออีกว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมาตนได้ไปเยี่ยมประชาชน บริเวณเลียบคลองผดุงกรุงเกษม ทุกคนมีความสุขตามอัตภาพพอสมควร คนที่เดือดร้อนรัฐบาลก็จะดูแลตามขั้นตอนไป ขอให้ทำสิ่งดีๆ วันไหนได้ทำอะไรในสิ่งที่ไม่มีปัญหา ตนก็มีความสุข ตราบใดที่ประเทศชาติ ยังไม่เรียบร้อย คนเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี คงไม่มีความสุข อยากเห็นคนไทยมีความสุข แต่ความสุขต้องอยู่ในกรอบ ที่ควรจะเป็นหน้าที่สิทธิเสรีภาพความรับผิดชอบตามกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมทุกอย่างมีหมด ไม่อย่างนั้นประเทศก็ตีกันตาย

ส่วนแนวโน้มการขยายโครงการคนละครึ่งเข้าไปในระดับนักเรียนชั้นมัธยมนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังหารือกันอยู่ ว่าควรจะให้อะไรใครอย่างไร ความจริงก็อยากจะให้ทุกคน แจกให้ 70 ล้านกว่าคนคงไม่ไหว ต้องไปดูก่อน โครงการนี้เป็นโครงการให้สำหรับคนที่มีรายได้น้อย อย่างน้อยได้มีอาหารการกินที่ราคาถูกลง หรือซื้อของได้ถูกลง เป็น 2 เท่า และรัฐบาลจะดำเนินต่อไปในเดือนมกราคมนี้ และจะขยายมาตรการดังกล่าวออกไปอีก 3 เดือน ทุกอย่างจะต้องเดินหน้า การใช้จ่ายงบประมาณทีละ 3 เดือน และใช้งบประมาณให้เพียงพอ

"คนละครึ่งเฟส 2" ต่ออัตโนมัติ ต้น ม.ค.64 สำหรับคนที่ได้สิทธิแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด