ตลาดชุดนักเรียนสะเทือนไม่น้อย หากอนาคตนักเรียนได้แต่งชุดไปรเวท

03 ธ.ค. 2563 เวลา 9:59 น.

นาทีนี้ปรอทความร้อนแรงที่ปะทุขึ้นเป็นฟืนเป็นไฟเห็นทีจะเป็นเรื่องของการเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนเรื่องการขอแก้กฎระเบียบให้นักเรียนสามารถแต่งชุดไปรเวทมาเรียนได้ แถมยังมีคนแต่งไปรเวทมาในเปิดเทอมวันแรกด้วยจนเกิดกระแสดราม่าขึ้น เรื่องนี้ยังหาข้อยุติไม่ได้ แต่... วันนี้จะพามาดูว่าถ้าหากถูกยกเลิกการแต่งกายชุดนักเรียนจริงจะส่งผลกระทบต่อตลาดชุดนักเรียนแน่นอน และจะไปส่งผลดีต่อธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นแทน

โรงเรียนของเราน่าอยู่ คุณครูใจดีทุกคน เด็กเด็กก็ไม่ซุกซน พวกเราทุกคน ชอบมาโรงเรียน ชอบมาชอบมาโรงเรียน ฟังเพลงนี้แล้วหลายคนคิดถึงความหลังสมัยไปโรงเรียนตอนเด็ก ๆ ส่วนเด็ก ๆ ที่เรียนอยู่ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่น้อง ๆ หนู ๆ เปิดเทอมใหม่กันหลายคนดีใจที่ได้ไปโรงเรียน ไปเจอคุณครู เจอเพื่อน ถ้าพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนช่วงนี้ก็มีประเด็นร้อนฉ่าในวงการศึกษาเมื่อ...มีนักเรียนกลุ่มหนึ่งนัดรวมตัวกันแต่งชุดไปรเวทเข้าโรงเรียนวันเปิดเทอมวันแรก ซึ่งทำให้บางโรงเรียนก็ไม่อนุญาตให้คนที่ไม่แต่งชุดนักเรียนเข้าโรงเรียนจึงมีประเด็นดราม่ากัน

โดยเรื่องนี้นักเรียนกลุ่มนี้ได้พยายามเรียกร้องมาโดยตลอดให้กระทรวงศึกษาธิการแก้กฎระเบียบเรื่องเครื่องแต่งกายนักเรียนให้นักเรียนสามารถแต่งชุดไปรเวทมาเรียนได้ แต่เรื่องนี้ทางฝั่งกระทรวงศึกษาธิการก็ออกมาเปิดเผยกับ “สปริงนิวส์ออนไลน์” ล่าสุดถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่ากำลังตั้งคณะทำงานเพื่อหาทางร่วมกันโดยได้ระดมความเห็นจากทุกภาคส่วน ซึ่งคาดว่าจะได้ทางออกในเร็ววันนี้ให้น้อง ๆ อดใจรออีกนิด

แต่...หากมองในแง่ของเรื่องธุรกิจ สมมุติว่าในอนาคตมีการแก้กฎระเบียบ และนักเรียนสามารถแต่งชุดไปรเวทไปโรงเรียนได้จะส่งผลกระทบแน่นอนต่อตลาดชุดนักเรียน และเครื่องแบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และจะเป็นผลดีต่อธุรกิจเสื้อผ้า เครื่องประดับแฟชั่น รวมถึงสินค้าแบรนด์เนม และจะทำให้เป็นไปตามที่หลายฝ่ายมองว่าจะเกิดการแข่งขันในเรื่องของการแต่งกายไปโรงเรียนอย่างแน่นอน

ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่าตลาดเครื่องแบบนักเรียนมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท แค่เฉพาะตลาดชุดนักเรียนมีมูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท และตลาดรองเท้านักเรียนอีก 5,000 ล้านบาท เรียกได้ว่าเป็นขุมทรัพย์มหาศาลเลยทีเดียวสำหรับผู้ประกอบการแบรนด์ไทย และแบรนด์นอก โดยเฉพาะช่วงใกล้เปิดเทอมจะเป็นช่วงที่สินค้ากลุ่มนี้ขายดีมาก ๆ  

มาดูแบรนด์ที่เป็นขวัญใจน้อง ๆ นักเรียนลำดับแรก ๆ แบรนด์แรก คือ ตราสมอ เป็นยี่ห้อเก่าแก่ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ข้อมูลล่าสุด พบว่า ชุดนักเรียนตราสมอสามารถทำกำไรกว่า 19 ล้านบาท มีรายได้รวมกว่า 616 ล้านบาท ต่อมาคือ ชุดนักเรียน น้อมจิตต์ แบรนด์ที่เก่าแก่เป็นรองจากตราสมอ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2505 ข้อมูลรายได้ในปี 2562 พบว่า ชุดนักเรียนน้อมจิตต์สามารถทำกำไรกว่า 2 ล้าน 3 แสนบาท มีรายได้รวมกว่า 114 ล้านบาท

อีกแบรนด์หนึ่ง คือชุดนักเรียนสมใจนึก ก่อตั้งเมื่อปี 2498 นับเป็นแบรนด์ที่เก่าแก่มากที่สุดรายหนึ่ง โดยปัจจุบันสมใจนึก มีอยู่สาขาเดียวเท่านั้น มีข้อมูลรายได้ในปี 2562 พบว่าชุดนักเรียนสมใจนึก สามารถทำกำไรกว่า 3 แสน 7 หมื่นบาท มีรายได้รวมกว่า 5 ล้าน 9 แสนบาท

ส่วนทางฟากของตลาดเสื้อผ้าแฟชั่นบ้านเราก็มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทเช่นกัน หากวัดยอดส่งออกไปต่างประเทศด้วยก็จะมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท แต่... หากในอนาคตมีการพิจารณาให้นักเรียนใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียนได้จะเป็นโอกาสทองของกลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่นอย่างมากแน่นอน รับรองได้เลยว่าพ่อค้าแม่ขายเกิดใหม่เพียบต่างคนต่างจะขนสินค้ามาวางขายแข่งกัน ต้องจับตากันต่อไปว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร ? ส่วนในแง่ของธุรกิจมักเป็นเหรียญสองด้านเสมอ !

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด