‘บลูมเบิร์ส’ ซูฮกไทยเป็นตลาดเกิดใหม่ที่น่าลงทุนอันดับ1 ปี 2021

‘บลูมเบิร์ส’ ซูฮกไทยเป็นตลาดเกิดใหม่ที่น่าลงทุนอันดับ1 ปี 2021

ใกล้สิ้นปี 2563 เข้ามาทุกทีช่วงนี้มีทั้งข่าวร้ายและข่าวดี ข่าวร้าย คือ พบผู้ติดเชื้อโควิด- 19 เพิ่มขึ้นในประเทศ ซึ่งทำเอาผู้คนใจหายใจคว่ำว่าโรคร้ายจะกลับมาระบาดหนักอีกครั้ง กระทบต่อความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ ส่วนข่าวดี คือ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เผยผลสำรวจกลุ่มประเทศในตลาดเกิดใหม่ ไทยได้อันดับที่ 1 ของประเทศที่น่าลงทุน ไปติดตามเรื่องนี้กัน

หากนั่งมองดูเข็มนาฬิกาที่หมุนไปอย่างช้า ๆ แล้วก็ใกล้ครบ 365 วัน เข้ามาเต็มทีสำหรับ ปี 2563 ปีแห่งความสุขของใครหลายคน ปีแห่งความโศกของใครหลายคนเช่นกัน สำหรับการค้าการลงทุนแล้วก็ต้องเดินต่อ แม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่หวือหวา แต่...ก่อนส่งท้ายปีนี้ก็เห็นสัญญาณอะไรที่ดีหลาย ๆ อย่าง ดังนั้นเชื่อว่าปี 2564 จะมีอะไรดีๆเกิดขึ้นแน่นอนหากไม่เจอโควิด -19 ระบาดระลอกใหม่เป็นวงกว้าง

ล่าสุดอีกหนึ่งข่าวดี เมื่อ...สำนักข่าวบลูมเบิร์ก เปิดเผยผลสำรวจกลุ่มประเทศในตลาดเกิดใหม่(emereging market) 17 ประเทศ ผ่านตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจและการเงิน 11 มิติ พบว่า ประเทศไทยเข้าอันดับเป็นที่ 1 ของการสำรวจ นำหน้าแม้กระทั่งรัสเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ที่ตามมาเป็นอันดับ 2-4 ขณะที่จีนรั้งท้ายในอันดับที่ 17 โดยบลูมเบิร์ก ระบุว่า สาเหตุที่ไทยได้อันดับที่ 1 เนื่องจากมีทุนสำรองที่มั่นคง และมีศักยภาพสูงที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ประเทศ

ทั้งนี้ไทยได้รับการคาดการณ์จีดีพีปีหน้า จะขยายตัว 3.9% ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อจีดีพีจะเกินดุล 3.1% และดุลงบประมาณต่อจีดีพีจะขาดดุล - 4.9% (ซึ่งในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา 17 ประเทศ รวมทั้งไทย ไม่มีประเทศไหนเกินดุล ดังตารางประกอบ) ขณะที่หนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ 41%

 นอกจากนี้การสำรวจยังพบว่า หลายประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่พร้อมที่จะฟื้นฟูความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นแล้ว เมื่อพิจารณาจากตัวชี้วัดที่หลากหลาย ทั้งนี้ เงินสำรองต่างประเทศของกลุ่มตลาดเกิดใหม่ค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเอเชีย ซึ่งเป็นตัวช่วยซับแรงสะเทือนจากปัจจัยลบภายนอก แต่สัดส่วนหนี้ต่อจีพีดีที่ปรับเพิ่มขึ้นก็เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินที่จะต้องจับตาระมัดระวัง

อย่างไรก็ตามสินทรัพย์ของประเทศกำลังพัฒนากำลังฟื้นตัวขึ้นถ้วนหน้า เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านเครื่องมือทางการเงินและการคลังเพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งผลักดันกระแสเงินสดเข้าสู่ระบบในปริมาณที่มากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในขณะที่เศรษฐกิจทั่วโลกกำลังฟื้นตัว และธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำ ความเสี่ยงน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2564 ท่ามกลางมูลค่าสินทรัพย์ที่ดี และผลตอบแทนที่แท้จริงที่จะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา

related