โควิด-19 มาระลอกใหม่ ! เงินในบัญชีของคุณอยู่ได้แค่ไหน ?

โควิด-19 มาระลอกใหม่ ! เงินในบัญชีของคุณอยู่ได้แค่ไหน ?

นาทีนี้ต้องบอกได้คำเดียวว่าสถานการณ์โควิด -19 บ้านเรามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำเอาหลายคนเริ่มคิดหนักแล้วว่าเงินในบัญชีที่มีอยู่จะพอใช้ไหม หากถูกเลิกจ้าง หรือลดเงินเดือน เพราะปีนี้หาเงินยาก ทำมาค้าขายอะไรก็ยากไปหมด

มีคนเคยบอกว่ามีเงินนับว่าน้องมีทองนับว่าเป็นพี่ ไม่มีเงินไม่มีทองพี่น้องเขาก็ไม่มอง ไม่ว่ายุคไหนๆ เงิน คือปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการดำรงชีวิตของผู้คน แม้หลายคนจะบอกว่าเงินซื้อทุกอย่างไม่ได้จริง แต่จะว่าไปแล้วเงินก็ซื้ออะไรได้หลายอย่างในชีวิตได้จริงๆ เพราะทุกวันนี้คนเราทำงาน ทำธุรกิจ ทำมาค้าขาย ก็เพื่อให้ได้เงินมาตอบสนองความสุขต่างๆ ของตัวเราและครอบครัว

โควิด-19 มาระลอกใหม่ ! เงินในบัญชีของคุณอยู่ได้แค่ไหน ?

แต่คนเราหาเงินได้มากหรือน้อยแตกต่างกันออกไปตามความรู้ความสามารถ ความถนัดในการประกอบอาชีพของแต่ละคนรวมถึงการได้รับโอกาสต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตที่มีไม่เท่ากัน นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการแสวงหาช่องทางของแต่ละคนด้วย อย่างเช่นบางคนทำงานประจำอยู่แล้วแต่ก็ยังรับงานอื่นๆ มาทำนอกเวลาเพื่อหารายได้เสริมมาจูนเจือครอบครัว

ยิ่งเศรษฐกิจแบบนี้แล้ว แถมยังมาเจอโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่อีก เงิน คือปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตอย่างยิ่ง แค่เพียงโควิด -19 ระบาดระลอกแรกเมื่อต้นปี 2563 ก็ทำเอาเศรษฐกิจล้มไม่เป็นท่าแล้ว คนตกงานถูกเลิกจ้างจำนวนมาก บางคนถูกลดเงินเดือน หนี้สินอีรุงตุงนัง บางคนทำมาค้าขายอะไรก็ไม่ได้ หลายคนแทบไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ บางคนอดมื้อกินมื้อ

ในตอนนั้นบ้านเราก็สามารถคุมโควิด-19 ได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ดีใจได้ไม่นานก็พบผู้ติดเชื้อระลอกใหม่อีกแล้ว รอบนี้มาเร็ว มาแรง ทเอาหลายคนหวั่นใจไม่น้อยว่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจความเป็นอยู่หลังจากพอจะลืมตาอ้าปากได้ไม่นาน แม้ว่าครั้งนี้รัฐบาลจะยังไม่ได้ประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศก็ตาม แต่หากมองในแง่เศรษฐกิจตอนนี้ก็กระทบไปแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูระยะยาวว่าจะสามารถคุมการแพร่เชื้อได้เร็วหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากคุมได้ช้าก็จะส่งผลต่อเศรษฐกิจการทำมาหากินกับผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน

.

การระบาดในครั้งนี้หลายคน บอกว่า จะไหวไหมเนี่ยชีวิต เพราะขนาดครั้งที่แล้วก็แทบไม่มีอันจะกิน และในปีนี้ก็เก็บเงินไม่ได้เลย สำหรับคนหาเช้ากินค่ำแล้วหวั่นใจไม่น้อยเลยทีเดียว แต่คนที่มีเงินเก็บเยอะอยู่แล้วก็ค่อยอุ่นใจหน่อย แต่ก็ใจหายไม่น้อยเพราะเหมือนว่าต้องควักเงินเก็บมาใช้ในยามจำเป็น และยามที่วิกฤติโรคระบาดแบบนี้ จึงทำให้ตอนนี้หลายคนเริ่มประเมินตัวเอง และถามตัวเองแล้วว่า ถ้าหากโควิด-19ระบาดหนักกว่าเดิมแล้วเงินในบัญชีของเราจะพออยู่ได้สักกี่เดือน

พร้อมกันนี้ยังมีความกังวัลใจในเรื่องของการจะถูกลดเงินเดือน ถูกเลิกจ้างหรือไม่? จุดนี้หลายคนก็ได้แต่คิดแล้วก็ปวดหัว ช่วงนี้หลายคนก็เร่งหาเงินพิเศษตามช่องทางต่างๆ ที่ตนถนัดเพื่อสำรองเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉินในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายก็ได้แต่ภาวนาให้สามารถคุมสถานการณ์ได้ในเร็ววันนี้เพื่อให้ประเทศ และผู้คนเกิดความเสียหายน้อยที่สุด

related