
มาถึงตอนนี้ผู้คนส่วนใหญ่กำลังได้รับผลกระทบแล้วจากโควิด -19 ระลอกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดำเนินชีวิตประจำวัน การงาน ภาคธุรกิจ วันนี้จะพาไปพูดคุยกับหลากหลายอาชีพว่าเขากังวลใจอะไรกันมากสุด
สถานการณ์โควิด -19 บ้านเราตอนนี้ต้องบอกเลยว่าลุ้นยอดผู้ติดเชื้อในแต่ละวันใจหายใจคว่ำ แต่หากมองดูแล้วก็ยังไม่มีทีท่าที่จะลดลงเลย แต่ผลกระทบทั้งในแง่ความเป็นอยู่ของผู้คนเริ่มกระทบแล้ว โดยเฉพาะคนเมืองหลวง และจังหวัดที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต้องระมัดระวังกันเป็นพิเศษในช่วงนี้ จะเห็นได้จากการเดินทางไปทำงานในช่วงเช้าการใช้บริการรถสาธารณะต่าง ๆ ไม่หนาแน่นเหมือนเดิม
หลายบริษัทเริ่มประกาศให้พนักงานทำงานจากที่บ้านแล้วเพื่ออยู่บ้านลดเชื้อเพื่อชาติ ส่วนผลกระทบในภาคธุรกิจก็เกิดขึ้นแล้วเช่นกันโดยเฉพาะในพื้นที่หลายจังหวัดที่มีมาตรการคุมเข้ม ส่วนร้านอาหารก็ถูกมีคำสั่งให้นั่งรับประทานได้ถึง 21.00 น. แล้ว เชื่อว่าในเร็ววันนี้หากสถานการณ์ไม่ค่อยจะสู้ดีนักรัฐคงจะมีมาตรการที่เข้มงวดกว่านี้
วันนี้ “สปริงนิวส์” จะพาไปคุยกับหลากหลายอาชีพว่าเขามีความกังวลใจมากน้อยเพียงใดทั้งในแง่ของการใช้ชีวิตอยู่ในสังคม กับครอบครัว เรื่องปากเรื่องท้อง เรื่องอาชีพ การทำมาหากิน โดยเริ่มจาก “นงลักษณ์ สมใจดั่ง” สาวพนักงงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ เล่าให้ฟังว่า โควิด-19รอบแรกก็ถูกลดเงินเดือนไปแทบไม่พอค่าใช้จ่ายส่วนตัว หนี้สิน ค่าใช้จ่ายในครอบครัว เพิ่งจะได้ถูกปรับให้ได้รับเงินเดือนมเต็ม 100 % เพียงไม่กี่เดือน ตอนนี้โควิด-19 รอบใหม่มาอีกแล้วทำให้เธอนอนไม่ค่อยจะหลับเลยช่วงนี้เพราะรายจ่ายเยอะเหลือเกินหากถูกลดเงินเดือนหรือถูกให้ออกจากงานครอบครัวเธอคงลำบาก
มาดูอาชีพบริการกันหน่อย “ณัฐพร รอดลา” หนุ่มวัย 29 ปีจากเมืองเหนือที่เข้ามาทำงานในเมืองหลวง บอกว่า งานที่ทำเป็นงานเกี่ยวกับการให้บริการด้านความงาม ซึ่งโควิด-19 ระบาดรอบแรกได้รับผลกระทบมาก ๆ เพราะร้านต้องปิดให้บริหาร และให้พนักงานหยุดอยู่บ้านโดยไม่รับเงินเดือน ซึ่งตอนนี้บริษัทของเขาก็ได้ออกประกาศแล้วว่าพนักงานคนใดที่สมัครจะหยุดอยู่บ้านแล้วไม่รับเงินเดือนก็สามารถทำได้เลย แต่ตอนนี้เขายังไม่สมัครใจเพราะยังมีค่าใช้จ่าย ซึ่งก็เป็นห่วงในอนาคตว่าจะถูกให้หยุดอยู่บ้าน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นชีวิตความเป็นอยู่เขาจะลำบากมาก
พร้อมกันนี้ทีมข่าวได้โทรศัพท์สัมภาษณ์ “กิตติคุณ อายะ” หนุ่มโรงงานในพื้นที่ปริมณฑล เล่าว่า โควิดรอบแรกบริษัทปลดคนงานออกไปพอสมควร แต่ตนยังรอดอยู่นับว่าเป็นความโชคดีมาก ๆ แต่โควิดรอบนี้หวั่นใจไม่น้อยว่าชะตากรรมชีวิตของตัวเองจะเป็นอย่างไร เพราะถ้าตกงานขึ้นมาครอบครัวน่าจะลำบาก เลยได้เตรียมแผนสำรองไว้ว่าถ้าถูกเลิกจ้างจริงจะหันมาทำอาหารส่งแบบเดลิเวอรีไปก่อน
ขณะที่ “พลอยไพลิน สมสิทธิ์” แม่ค้าตลาดนัด เล่าให้ฟังว่า โควิดรอบแรกมีปิดตลาดนัดไปบ้างทำให้ตนขายของไม่ได้ รายได้หดหายไปพอสมควร พอมารอบนี้ยอมรับว่ากังวลใจมาก ๆ หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้กลัวตลาดนัดจะถูกปิดอีก เพราะครอบครัวของเธอจะมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รายได้เดือนประจำอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้เขาได้รับผลกระทบแน่นอนหากตลาดปิดเพราะถึงอย่างไรในขณะนี้คนก็เดินตลาดนัดน้อยลงอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่ามาถึงตอนนี้สถานการณ์โควิด -19 บ้านเรายังถือว่าวิกฤตมากกระทบไปหมดทุกชนชั้นวรรณะ ทุกอาชีพ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน !