เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับวัคซีนต้านโควิด-19

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับวัคซีนต้านโควิด-19

6 เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับวัคซีนต้านโควิด-19 ความหวังของมนุษย์ชาติ ในการหลุดพ้นจากวิกฤตโรคระบาด ที่มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วกว่า 86 ล้านราย

1. ระยะเวลาการทดลอง ผลิต และนำมาใช้

ปกติแล้ววัคซีนต่างๆ ต้องใช้ระยะเวลาในการทดลองและผลิตเฉลี่ยนานถึงสิบปี แต่ในกรณีวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทต่างๆ ถือว่ามีการทดลองและผลิตได้อย่างรวดเร็วเป็นอย่างมาก

อาทิ วัคซีน BNT162b2 ของ Pfizer-BioNTech ใช้ระยะเวลาในการทดลอง 3 ครั้ง และผลิตออกมาได้ภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี หลังจากมีการเผยแพร่รหัสพันธุกรรมโควิด-19 จากรัฐบาลจีน

2. วัคซีนต้านโควิด-19 ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก

 BNT162b2 วัคซีนต้านโควิด-19 ของ Pfizer-BioNTech บริษัทจากสหรัฐฯ และเยอรมนี เป็นวัคซีนรายแรกและวัคซีนรายเดียวในเวลานี้ (6 มกราคม 2564) ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (ให้ใช้เป็นการฉุกเฉิน) เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2563

โดยองค์การอนามัยโลกได้แถลงว่า จากผลการตรวจสอบอย่างละเอียด วัคซีนต้านโควิด-19 ของ Pfizer-BioNTech มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งในด้านความปลอดภัย และประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก 

ซึ่งวัคซีนดังกล่าวผ่านการทดลองขั้นที่ 3 แล้ว ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีประสิทธิภาพสูงถึง 95 %

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับวัคซีนต้านโควิด-19

3. ผู้ที่ได้การฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เป็นรายแรกของโลก

หลังจากสหราชอาณาจักรอนุมัติให้ใช้วัคซีนของ Pfizer-BioNTech เป็นกรณีฉุกเฉิน เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม 2563 เพื่อฉีดให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงอย่างเป็นทางการ

ผู้ที่รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เป็นคนแรกของโลก (ที่ไม่ใช่การทดลอง) คือหญิงชราวัย 90 ปี ชื่อว่า มาร์กาเรต คีแนน ซึ่งเธอได้รับการฉีดวัคซีนโดสแรกเมื่อเวลา 06.31 น. วันที่ 8 ธันวาคม 2563 (ตามเวลาท้องถิ่น) ที่มหาวิทยาลัยฮอสปิตัล เมืองโคเวนทรี สหราชอาณาจักร และต้องฉีดโดสที่ 2 หลังจากนั้นอีก 21 วัน

สำหรับผู้ที่ทำหน้าที่ฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 โดสแรกของโลกให้กับประชาชน (ที่ไม่ใช่การทดลอง) คือพยาบาลที่ชื่อว่า เมย์ พาร์สันส์

4. การเก็บรักษาวัคซีน อีกเงื่อนไขสำคัญในการพิจารณาสั่งจองและสั่งซื้อวัคซีนจากประเทศต่างๆ

แม้ BNT162b2 วัคซีนต้านโควิด-19 ของ Pfizer-BioNTech จะทดลองและผลิตได้สำเร็จเป็นวัคซีนแรกของโลก และมีประสิทธิภาพสูง แต่ในด้านการเก็บรักษานั้น ต้องอยู่ในตู้เย็นที่มีอุณหภูมิ -70 องศาเซสเซียส ทำประเทศที่สั่งซื้อวัคซีนดังกล่าว ต้องมีต้นทุนเพิ่มขึ้นในเรื่องตู้เย็นที่ใช้เก็บรักษา

วัคซีนของบริษัทอื่นๆ อาทิเช่น mRNA-1273 ของบริษัท Moderna จากสหรัฐอเมริกา ต้องเก็บรักษาในตู้เย็นอุณหภูมิ -20 องศาเซสเซียส

ส่วน AZD1222 ของ AstraZeneca-Oxford จากสหราชอาณาจักร , Sputnik V ของ Gamaleya จากประเทศรัสเซีย , CoronaVac ของ Sinovac จากประเทศจีน และวัคซีนของบริษัท Sinopharm จากประเทศจีน ต้องเก็บรักษาในตู้เย็นอุณหภูมิปกติ

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับวัคซีนต้านโควิด-19

5. ราคาวัคซีนต้านโควิด-19

นอกจากประสิทธิภาพ การเก็บรักษา ราคาของวัคซีนต้านโควิด-19 ของแต่ละบริษัท ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการที่แต่ละประเทศจะเลือกสั่งซื้อวัคซีนจากบริษัทนั้นๆ

โดย BNT162b2 ของ Pfizer-BioNTech จากสหราชอาณาจักร มีราคาโดสละ 19.5 เหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาทก็ตกราว 585 บาท

mRNA-1273 ของบริษัท Moderna จากสหรัฐอเมริกา มีราคาโดสละ 32-37 เหรียญสหรัฐ (960-1,110 บาท)

วัคซีนจากบริษัท Sinopharm จากประเทศจีน มีราคาโดสละ 75 เหรียญสหรัฐ (2,250 บาท)

CoronaVac ของ Sinovac จากประเทศจีน ที่เพิ่มมีข่าว่าทางไทยสั่งซื้อจำนวน 2 ล้านโดส มีราคาโดสละ 17 เหรียญสหรัฐ (510 บาท)

AZD1222 ของ AstraZeneca-Oxford จากสหราชอาณาจักร ที่ไทยได้สั่งจองล็อตใหญ่จำนวน 26 ล้านโดส เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2563 และจะได้รับวัคซีนช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2564 มีราคาโดสละ 3-4 เหรียญสหรัฐ (90 – 120 บาท)

6. ไทย กับส่วนร่วมในการผลิตวัคซีนต้านโควิด-19

บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ในประเทศไทย (ถือหุ้น 100% โดยสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์) ได้รับการคัดเลือกจากบริษัท AstraZeneca ให้เป็นฐานผลิตวัคซีน AZD1222 ต้านโควิด-19

ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนถ่ายทอดเทคโนลยีการผลิต โดยจะเริ่มผลิตวัคซีนได้ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม มีกำลังผลิต 200 ล้านโดส ต่อปี

 

ที่มา ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 , FB : Yong Poovorawan , เปิดรายละเอียด 'วัคซีนโควิด-19' ล็อตแรก 2 ล้านโดสถึงไทย

 

related