เกาหลีเหนือโต้คำขู่ "ทรัมป์" ประกาศ! พร้อมโจมตีเกาะกวม

เกาหลีเหนือโต้คำขู่ "ทรัมป์" ประกาศ! พร้อมโจมตีเกาะกวม

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

 

“เกาหลีเหนือ” ประกาศพร้อมจะยิ่งขีปนาวุธโจมตี “เกาะกวม” ของสหรัฐฯ หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาประกาศพร้อมจัดการเกาหลีเหนือ

 

เกาหลีเหนือโต้คำขู่ "ทรัมป์" ประกาศ! พร้อมโจมตีเกาะกวม

 

วันที่ 9 ส.ค. 60 – สำนักข่าว “เคซีเอ็นเอ” ของเกาหลีเหนือ รายงานว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือกำลังพิจารณาที่จะยิงขีปนาวุธพิสัยกลางถึงไกลโจมตีใส่ค่ายทหารของสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่บนเกาะกวม ซึ่งเป็นที่ประจำการของเครื่องบินทิ้งระเบิดของกองทัพสหรัฐฯ โดยคำขู่ของเกาหลีเหนืออาจจะเป็นการตอบโต้การซ้อมรบของกองทัพสหรัฐฯ ที่เกาะกวม และมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่จะจัดการกับเกาหลีเหนืออย่างดุเดือดแบบที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน หากว่าเกาหลีเหนือยังทำตัวเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ

ทั้งนี้ คำกล่าวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากที่ “วอชิงตัน โพสต์” รายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ว่า เกาหลีเหนือได้สร้างหัวรบนิวเคลียร์ที่มีขนาดเล็กพอที่จะติดที่ขีปนาวุธได้แล้ว นั่นจึงหมายความว่า เกาหลีเหนือสามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่สามารถยิงได้ไกลถึงแผ่นดินสหรัฐฯ รวดเร็วกว่าที่คาดไว้ โดยก่อนหน้านี้ คาดการณ์กันเอาไว้ว่า ต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่เกาหลีเหนือจะสามารถยิงอาวุธนิวเคลียร์ได้เต็มรูปแบบ แม้ว่าเกาหลีเหนือจะทำการทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธมาหลายครั้งแล้วก็ตาม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นออกมาประกาศสนับสนุนจุดยืนของสหรัฐฯ โดย นายโยชิฮิเดะ ซูกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยวันนี้ (9 ส.ค.) ว่า ญี่ปุ่นสนับสนุนสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ โดยเมื่อวานนี้ (8 ส.ค.) กระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นออกรายงานในเอกสารความหนา 563 หน้า ระบุว่า ญี่ปุ่นคิดว่า โครงการอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือนั้นพัฒนามาได้ไกล และมีความเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนือจะประสบความสำเร็จแล้ว ในการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์

ส่วนความเคลื่อนไหวจากเกาหลีใต้ วันนี้ (9 ส.ค.) นายมุน แจอิน ของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เรียกร้องให้มีการปฏิรูปการทหารครั้งใหญ่ โดยย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องยกศักยภาพการกลาโหม เพื่อรับมือกับการยั่วยุจากอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ

ประธานาธิบดีมุน เปิดเผยระหว่างการประชุมร่วมกับผู้บัญชาการระดับสูงของทั้ง 3 กองทัพ ว่า ทางการจำเป็นต้องปฏิรูปด้านกลาโหมทั้งหมดแทนที่จะมาปรับปรุง เพราะเป็นงานเร่งด่วนที่จะต้องสร้างความมั่นใจในศักยภาพของกองทัพ ว่าจะสามารถรับมือกับการยั่วยุจากเกาหลีเหนือได้

ส่วนหนึ่งในความพยายามเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้แก่กองทัพเกาหลีใต้ คือ การประจำการขีปนาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงมากกว่านี้ โดยในระหว่างการสนทนาระหว่างประธานาธิบดีมุนและประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (7 ส.ค.) ที่ผ่านมา โดนประธานาธิบดีมุนขอให้ประธานาธิบดีทรัมป์ช่วยสนับสนุนการทบทวนข้อตกลงของสหรัฐฯ และเกาหลี ว่าด้วยเรื่องขีปนาวุธ เพราะข้อตกลงดังกล่าวจำกัดให้พิสัยการยิงของขีปนาวุธเกาหลีใต้อยู่ได้แค่ 800 กิโลเมตร และมีน้ำหนัก 500 กิโลกรัมเท่านั้น แต่ขณะนี้ ทางการเกาหลีใต้ต้องการเพิ่มศักยภาพของขีปนาวุธให้มีน้ำหนักอย่างน้อย 1,000 กิโลกรัม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเชื่อว่า น่าจะเพียงพอที่จะทำลายหลุมหลบภัยที่อยู่ลึกในเกาหลีเหนือได้

 

related