
โฆษกกรมสุขภาพจิต เผยปัญหาการบูลลี่เด็กในไทยมีความรุนแนงขึ้นเเนะผู้ใหญ่ควรจัดการอย่างเด็ดขาด พร้อมแนะวิธีการรับมือหากถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน
กรณีที่เด็ก ด.ญ. เอ(นามสมุติ) อายุ 12 ปี ผูกคอเสียชีวิตในห้องพักบ้านเอื้ออาทร จ.นนทบุรี เนื่องจากมีปัญหาทะเลาะกับเพื่อนในกลุ่มเฟซบุ๊กและโดนเพื่อนดีดออกจากกลุ่ม ทำให้เกิดความเครียดและน้อยใจ
นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า ปัญหาการถูกบูลลี่และทะเลาะกับเพื่อนเป็นปัญหาที่มีความรุงแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเรื่องที่ทุกคนควรให้ความสำคัญและจัดการให้เด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรงมากขึ้น จึงอยากฝากถึงผู้ปกรอง โรงเรียน และตัวเด็กเองที่ต้องหาวิธีจัดการ ไม่มองว่าเป็นการแกล้งกันของเด็กๆ
แล้วเราต้องทำอย่างไรเมื่อถูกเพื่อนกลั่นแกล้ง อย่าเพิ่งตอบโต้ให้เก็บรวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมดแล้วบอกผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ อาทิเช่น ครูประจำชั้น ครูแนะแนว พ่อแม่หรือผู้ปกครอง และพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียว เพื่อไม่ให้เกิดการกลั่นแกล้งซ้ำ ไม่แนะนำให้ตอบโต้ด้วยการใช้ความรุนแรง
สำหรับผู้ใหญ่ เมื่อได้รับแจ้งจากเด็กว่ามีการกลั่นแกล้งอย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ควรเข้าไปให้การช่วยเหลือทันที ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ออกแนวทางปฎิบัติไว้แล้ว ตั้งแต่การสังเกตพฤติกรรม การแยกเด็กออกจากกัน และให้การช่วยเหลือเด็กทั้งสองฝ่าย
นพ.วรตม์ เผยต่อว่า อยากให้มองการบูลลี่ในโรงเรียนเป็นปัญหาใหญ่ ไม่อยากให้เกิดเหตุรุนแรงแบบที่ผ่านมา เช่นเด็กม.2 หยิบอาวุธปืนไปยิงเพื่อนในโรงเรียนเพราะถูกบูลลี่ เมื่อปลายปี 2562 ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดขึ้นซ้ำๆอีก หรือไม่ก็เกิดการทำร้ายตัวเองจนเสียชีวิตอย่างเหตุที่เกิดขึ้น ถึงเวลาแล้วที่ผู้ใหญ่ทุกคนเมื่อได้รับฟังแล้ว อย่ามองว่าเป็นการเล่นกันเฉยๆ มองว่าสิ่งนี้จะกระทบต่อจิตใจเด็กได้