
คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้เคาะแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด-19 พ.ศ.2564 และแผนการกระจายวัคซีน 63 ล้านโดส ภายในปี 2564 โดยแบ่งออกเป็น ระยะแรก กพ.- พค. จำนวน 2 ล้านโดส ฉีดให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และระยะที่ 2 มิ.ย. – ธ.ค. อีก 61 ล้านโดส
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้เคาะแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการการให้วัคซีนโควิด-19 พ.ศ.2564 และแผนการกระจายวัคซีน 63 ล้านโดส ภายในปี 2564 โดยแบ่งออกเป็น ระยะแรก กพ.- พค. จำนวน 2 ล้านโดส ฉีดให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และระยะที่ 2 มิ.ย. – ธ.ค. อีก 61 ล้านโดส
สำหรับแผนดังกล่าวมีดังต่อไปนี้
- ระยะแรกที่วัคซีนมีปริมาณจำกัด ฉีดให้ 5 กลุ่มได้แก่
กลุ่มที่ 1 บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้าทั้งภาครัฐและเอกชน
กลุ่มที่ 2 ประชาชนที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรค หลอดเลือดสมอง มะเร็งที่อยู่ในระหว่างเคมีบำบัด รังสีบำบัด ภูมิคุ้มกันบำบัด โรคเบาหวาน โรคอ้วน น้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัมหรือ BMI มากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
กลุ่มที่ 3 ประชาชนที่มีอายุ 60 ขึ้นไป
กลุ่มที่ 4 เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด-19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย
กลุ่มที่ 5 ประชาชนทั่วไปและแรงงานในพื้นที่ระบาดของโควิด-19
- ระยะแรก เริ่มฉีดเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม 2564 จำนวน 2 ล้านโดส
- ฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมายในจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด คือ จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดที่ยังพบผู้ป่วย ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี ระยอง ชลบุรี จันทบุรี ตราด และตาก
- ระยะที่ 2 เมื่อมีวัคซีนมากขึ้นและเพียงพอ จะ ฉีดให้กับ 7 กลุ่ม ได้แก่
ประชาชนทั่วไป
แรงงานในภาคอุตสาหกรรม
ผู้ประกอบอาชีพด้านการท่องเที่ยว เช่น พนักงานโรงแรม สถานบันเทิง มัคคุเทศก์
ผู้เดินทางระหว่างประเทศ เช่น นักบิน/ ลูกเรือ นักธุรกิจระหว่างประเทศ
นักการทูต เจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศ
กลุ่มเป้าหมายระยะที่ 1 ในจังหวัดที่เหลือ
บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขอื่นๆ
- ระยะที่ 2 เริ่มเดือนมิถุนายนถึงธันวาคม 2564 จำนวน 61 ล้านโดส
- โรงพยาบาลรัฐและเอกชนให้บริการกว่า 1,000 แห่ง วางแผนฉีดวัคซีนเดือนละ 10 ล้านโดส เพื่อฉีดวัคซีนให้ครบทั้ง 63 ล้านโดส ภายในปี 2564
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า วันนี้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้หารือถึงนโยบายการให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งในเร็วๆ นี้ จะได้วัคซีนของบริษัทซิโนแวค จำนวน 2 ล้านโดส และเดือนมิถุนายนมีวัคซีนที่สั่งซื้อจากบริษัทแอสตราเซนเนกา 26 ล้านโดส และที่จองเพิ่ม 35 ล้านโดส รวมเป็น 63 ล้านโดส ถือว่าครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย
"เราได้วางแผนการบริหารจัดการการให้วัคซีนมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย มีคุณภาพ ให้ทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ตามนโยบายรัฐบาล โดยได้แต่งตั้งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีน ซึ่งมีการประชุมเตรียมการคณะทำงานทั้ง 6 คณะเป็นอย่างดี และได้เตรียมขั้นตอนการให้บริการวัคซีนโควิด 19 แก่ประชาชนอย่างเป็นระบบ"