Spring News

Breaking News : มติศาลรธน.“รัฐสภา”แก้รธน.ได้แต่ต้องผ่านประชามติก่อน

11 มี.ค. 2564 เวลา 8:35 น.

Breaking News : ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า รัฐสภามีหน้าที่และอํานาจจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ให้ผ่านการทำประชามติก่อน

วันนี้(11 มี.ค.64) ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาคดี ประธานรัฐสภาขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอํานาจของรัฐสภา ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ของสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ (๑) (เรื่องพิจารณาที่ ๔/๒๕๖๔) 
ในคราวประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจําปี ครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ พิจารณาญัตติด่วนกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ผู้เสนอให้รัฐสภาพิจารณามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ และอํานาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ผลการลงมติที่ประชุมรัฐสภา เสียงข้างมากเห็นด้วยให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอํานาจของรัฐสภาตามญัตติ ดังกล่าว ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ประธานรัฐสภา (ผู้ร้อง) ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญรับคําร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย

ผลการพิจารณา 

คดีนี้เป็นคดีที่ไม่มีผู้ถูกร้อง จึงไม่มีการออกนั่งอ่านคําวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๖ วรรคสาม ที่ให้ถือว่าวันที่ศาลลงมติ ซึ่งเป็นวันที่ปรากฏในคําวินิจฉัยเป็นวันอ่าน 

ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า รัฐสภามีหน้าที่และอํานาจจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ โดยต้องให้ประชาชนผู้มีอํานาจสถาปนารัฐธรรมนูญได้ลงประชามติเสียก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบหรือไม่ กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้งหนึ่ง

๒. นายณฐพร โตประยูร ผู้ร้อง ยื่นคําร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ (เรื่องพิจารณาที่ ๒/๒๕๖๔) 

ข้อเท็จจริงตามคําร้องและเอกสารประกอบคําร้องเป็นกรณีที่ผู้ร้องใช้สิทธิยื่นคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๔ มาตรา ๕๐ (๑) มาตรา ๕๑ และมาตรา ๒๑๓ โดยกล่าวอ้างว่าการที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และคณะ ผู้ถูกร้องที่ ๑ เสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ... และนายวิรัช รัตนเศรษฐ และคณะ ผู้ถูกร้องที่ ๒ เสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .. ต่อประธานรัฐสภา และนําเข้าสู่วาระการประชุมที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาโดยที่ประชุมลงมติรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ... ทั้งสองฉบับในวาระที่หนึ่ง เป็นการกระทําที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๒๕๕ และมาตรา ๒๕๖ ประกอบมาตรา ๕ และร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .. ทั้งสองฉบับเป็นการทําลายหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในรัฐสภาและหลักการ ตรวจสอบโดยประชาชนซึ่งขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๒๕๕ มาตรา ๒๕๖ ประกอบ มาตรา ๕ เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๔ วรรคหนึ่ง และเป็นการกระทําที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และขอให้มีคําสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้งสองเลิกการกระทํา

ผลการพิจารณา 

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคําร้องและเอกสารประกอบคําร้องแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริง ตามคําร้องปรากฏว่าการกระทําของผู้ถูกร้องทั้งสองยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงพอและยังห่างไกลเกินเหตุ ที่จะเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๔๙ วรรคหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์สั่งไม่รับคําร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย เมื่อมีคําสั่งไม่รับคําร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว คําขออื่นย่อมเป็นอันตกไป

๓. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้ร้อง ยื่นคําร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๔ (เรื่องพิจารณาที่ ๓/๒๕๖๔)

ข้อเท็จจริงตามคําร้อง คําร้องขอยื่นบัญชีรายชื่อ และเอกสารประกอบเป็นกรณีที่ผู้ร้อง กล่าวอ้างว่าการที่สมาชิกรัฐสภา จํานวน ๕๗๖ คน ลงมติให้มีการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามญัตติที่ ๑ ผู้ถูกร้องที่ ๑ และสมาชิกรัฐสภา จํานวน ๖๔๗ คน ลงมติให้มีการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามญัตติที่ ๒ ผู้ถูกร้องที่ ๒ ลงมติรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖ และเพิ่มหมวด ๑๕/๑) ทั้งสองฉบับในวาระที่หนึ่ง เป็นการกระทําที่เป็นการใช้สิทธิ หรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๔ วรรคหนึ่ง เป็นอันใช้บังคับมิได้ตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และขอให้มีคําสั่งให้ประธานรัฐสภา

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาข้อเท็จจริงตามคําร้อง คําร้องขอยื่นบัญชีรายชื่อ และเอกสารประกอบ แล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคําร้องปรากฏว่าการกระทําของผู้ถูกร้องทั้งสองยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่ชัดเจนเพียงพอและ ยังห่างไกลเกินเหตุที่จะเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๔ วรรคหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์สั่งไม่รับคําร้องไว้พิจารณา วินิจฉัย เมื่อมีคําสั่งไม่รับคําร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว คําขออื่นย่อมเป็นอันตกไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด