Spring News

ปลาคาร์ฟ เชิญยิ้ม โควิดทำพิษ! ถูกยึดบ้านยึดรถ ซึ้ง นุ๊ก สุทธิดา ยื่นมือช่วย

27 พ.ค. 2564 เวลา 6:34 น.

ฮาไม่ออก! "ปลาคาร์ฟ เชิญยิ้ม" ยอมรับโควิดทำพิษ งานหดไม่มีรายได้มาเกือบ 2 ปี ต้องคืนบ้าน-คืนรถ เพราะแบกภาระค่าใช้จ่ายไม่ไหว ซึ้งใจสุดๆ "นุ๊ก สุทธิดา" ยื่นมือช่วยเหลือ

ได้รับผลกระทบทั่วทุกแวดวงอาชีพ สำหรับโควิด-19 ระบาดระลอก 3 นี้ รวมไปถึงตลกหน้านิ่ง "ปลาคาร์ฟ เชิญยิ้ม" ที่ฮาไม่ออก เพราะงานหด เงินหายมากว่า 2 ปีแล้ว เครียดหนักจนต้องคืนบ้านคืนรถ

โดยเจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการคุยแซ่บ SHOW ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร และ ใบเฟิร์น พัสกร พลบูรณ์ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ ระบุว่า

โดนพิษโควิดหนักมาก

"ไม่ใช่ผมคนเดียวหรอก ผมว่าโดนกันทุกคน แต่ใครจะหนักมากกว่ากัน ใครมีทุนเยอะก็อยู่ได้นานหน่อย คือเราก็สู้มาตั้งแต่คาเฟ่ปิดมาได้ 10 ปี คือตอนนั้นเราไม่มีงานคาเฟ่ เราก็ยังมีงานที่ต่างจังหวัดเดือนหนึ่งก็ 2-3 งาน

มีงานขายเครื่องดนตรีไทย คือเราก็เป็นเหมือนนายหน้ารับเครื่องดนตรีมาขายต่ออีกที แต่หลังๆ เลิกแล้วเพราะร้านทำเครื่องดนตรีเขาก็ทำขายเองผ่านเฟซบุ๊ค คนก็ไปซื้อตรงเพราะได้ราคาถูกกว่า และก็รับงานทำขวัญนาค

จนปี 2562 งานก็เริ่มซา ผมก็พยายามกัดฟันสู้ผ่อนบ้านผ่อนรถ จนมาระยะหลังๆ เจอพิษโควิด เงินเราเริ่มร่อยหรอ ขายของก็ไม่ค่อยได้ งานตลกก็ไม่มี วันหนึ่งมีเสียงโทรศัพท์ดังมาหนึ่งสายปรากฎว่าเขาโทรมาแจ้งว่าเราค้างค่ารถ 2 งวด

หลังจากนั้นคุณแจ๊ค ธนพลก็โทรมาชวนไปอยู่วงดนตรีช่วงปลายปี 2562 เพราะเขาทำวงมี นักดนตรีไปพร้อมเลย ในทีมมี 12 คน ก็รับงานกัน ปรากฎว่าโควิดมา งานที่รับไว้ก็หยุด

พอโควิดระลอก 2 ระลอก 3 มา งานก็หยุดนิ่ง แต่เรายังมีภาระผ่อนบ้านผ่อนรถ เราก็ไม่ไหว เราก็เลยต้องคืนเขาตอนนี้ก็ไม่มีทั้งบ้าน ทั้งรถ"

แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน

"ผมไปอยู่บ้านพี่สาวแถวบางบัวทอง คือพี่สาวเขาติดป้ายขายบ้านแล้วไปกลับไปอยู่ต่างจังหวัด คือเขาปิดป้ายขายบ้านเป็นปีก็ไม่มีใครมาซื้อ เพราะว่าไม่มีกำลัง ไม่มีตังค์

เขาก็เลยให้เราไปอยู่บ้านเขาก่อน คืออยู่ฟรีเราก็จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟปกติ แต่ว่าที่ผ่านมาเราไม่มีรายรับ เรามีแต่รายจ่าย เราก็รับสภาพไม่ไหว ผมก็ตั้งใจจะสู้แค่สิ้นปีนี้ ถ้าสิ้นปีนี้ไม่มีอะไรดีขึ้น ผมก็จะกลับบ้าน ที่ลพบุรี"

กับข่าวที่ออกมาเป็นอย่างไร

"คือก่อนหน้านี้มีนักข่าวโทรเข้ามาว่าขอคุยได้ไหม ผมก็ตกลง พอเขามาเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเรา เขาก็ถามก็คุยกันเรื่องชีวิตตอนนี้ เราก็พูดเรื่องจริงเรื่องบ้านเรื่องรถตั้งแต่คาเฟ่

ปิดจนปัจจุบันเรื่องรถที่เราต้องคืนเพราะเราไม่ไหว คือเราก็พูดความจริง เราไม่ได้คิดอะไรเพราะเราจากบ้านมาเราก็มาแต่ตัว แล้วเราไม่คิดว่าเขาจะเอาสิ่งที่เราพูดไปเขียนเป็นข่าว มันก็เลยเป็นกระแสขึ้นมา ถามว่าเราโกรธไหมที่เขาเอาไปเขียนเป็นข่าว ไม่โกรธเลยเพราะเราพูดเรื่องจริง"

วันนั้นที่ตอบนักข่าวว่าเหลือเงินไม่ถึงพัน วันนี้เราเหลือถึงพันไหม

"ตอนนี้ก็มีคนที่ดูข่าวที่เข้ามาช่วยเหลือ แต่มีดารา ที่เราไม่เคยร่วมงานกับเขาเลย เขาโทรมาเป็นคนแรกบอกว่า พี่นี่นุ๊กนะ (สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา) เขาก็ถามว่าเราเป็นอย่างไร เขาบอกว่าอยากช่วย คือเขาบอกเราว่าเราเป็นตลกที่เขาชื่นชอบเรา อยากช่วยเรา"

(พิธีกรต่อสายตรงคุยกับนุ๊ก สุทธิดา) ทำไมตอนนนั้นถึงช่วยพี่ปลาคาร์ฟ

นุ๊ก : "คือเขาเป็นคนที่เราชื่นชอบ ที่ผ่านมาเราก็โอกาสได้ช่วยเหลือหลายๆ ท่าน แต่เราไม่ได้โพสต์หรือบอกใคร ของพี่ปลาคาร์ฟเป็นกรณีพิเศษมากๆ เพราะไม่ใช่แค่นุ๊กให้พี่ปลาคาร์ฟ แต่พี่เขาก็ให้นุ๊กกลับ คือนุ๊กเห็นความเป็นนักสู้ของเขาเวลาเห็นสัมภาษณ์ เราเห็นว่าเขามีทั้งความเป็นนักสู้ มีความสมถะ และมีศักดิ์ศรี ซึ่งตอนที่นุ๊กโทรไปนุ๊กคิดนานเหมือนกันว่าเราจะพูดอย่างไร เพราะค่อนข้างลำบากใจกับการที่จะคุยกับเขา เพราะเราเห็นความเป็นนักสู้ ความมีศักดิ์ศรีของเขา แล้วเขาก็พูดทิ้งท้ายว่าเขาไม่ได้รับบริจาค เราก็ต้องคิดว่าเราจะพูดอย่างไรให้เขารู้สึกดี"

อยากบอกอะไรกับคุณนุ๊ก

ปลาคาร์ฟ : "คนที่ช่วยเราตอนที่เราลำบาก เราก็จะจดจำไปชั่วชีวิต ซึ่งไม่ได้มีแค่น้องนุ๊กคนเดียว แต่ยังมีเพื่อนๆ ที่เป็นห่วงเราก็ต้องขอบคุณน้องนุ๊กตรงนี้ ถ้าชีวิตผมร่ำรวยเมื่อไหร่ผมจะไปคาราวะถึงบ้านเลย

นุ๊ก : "ก็ต้องขอบคุณพี่ปลาคาร์ฟมาก เพราะเวลาที่เราดูพี่เราก็มีแรงที่จะต่อสู้ต่อไป และใช้ชีวิต อย่างสมถะเรียบง่าย ในสไตล์แบบพี่เหมือนกัน"

ปลาคาร์ฟ เชิญยิ้ม โควิดทำพิษ! ถูกยึดบ้านยึดรถ ซึ้ง นุ๊ก สุทธิดา ยื่นมือช่วย

ปลาคาร์ฟ เชิญยิ้ม โควิดทำพิษ! ถูกยึดบ้านยึดรถ ซึ้ง นุ๊ก สุทธิดา ยื่นมือช่วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด