Spring News

ส่องตลาดชุดนักเรียน ยังสดใสหรือไม่ ? รับเปิดเทอมใหม่ ยุคโควิด -19

01 มิ.ย. 2564 เวลา 10:31 น.

วันนี้ต่างจังหวัดหลายโรงเรียนเปิดเทอมใหม่ แต่ กทม . ก็คงเป็นช่วงกลางๆเดือน ซึ่งการเปิดเทอมก็จะทำให้ตลาดชุดนักเรียน หรือที่เกี่ยวข้องกลับมาคึกคัก แต่ด้วยโควิด-19 คาดว่าการเปิดเทอมรอบนี้ตลาดชุดนักเรียน จะไม่คึกคักเท่าที่ควร

ส่องตลาดชุดนักเรียน ยังสดใสหรือไม่ ? รับเปิดเทอมใหม่ ยุคโควิด -19

หลายจังหวัดโรงเรียนเริ่มเปิดเทอมแล้ววันนี้ 1 มิถุนายน 2564 ส่วนในพื้นที่กทม.ก็จะเปิดเทอมภายในเดือนนี้ แต่ช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ก็จะมีหลายธุรกิจที่เติบโตในช่วงนี้ เช่น ธุรกิจจำหน่ายชุดนักเรียน เครื่องแบบนักเรียน หรือที่เกี่ยวน้อง มีมูลค่าตลาดต่อปีประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยมีข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า ธุรกิจการผลิตเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมวิชาชีพนักเรียนและนักศึกษาในปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 192 ราย

ทั้งนี้ตลาดชุดนักเรียน มีแบรนด์ที่เป็นเจ้าตลาด 3 แบรนด์แรก คือ ตราสมอ เป็นยี่ห้อเก่าแก่  ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 ส่วนยี่ห้อที่ 2 แบรนด์ที่เก่าแก่เป็นรองจากตราสมอ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2505 คือ ชุดนักเรียน น้อมจิตต์  อีกยี่ห้อที่ครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 3 คือ ชุดนักเรียนสมใจนึก ก่อตั้งเมื่อปี 2498 นับเป็นแบรนด์ที่เก่าแก่มากที่สุดรายหนึ่ง โดยปัจจุบันสมใจนึก มีอยู่สาขาเดียวเท่านั้น

ช่วงเปิดเทอม ปกติถ้าไม่มีโควิดชุดนักเรียนจะขายดี ช่วงเปิดเทอม ปกติถ้าไม่มีโควิดชุดนักเรียนจะขายดี

อย่างไรก็ตามในอดีตตลาดชุดนักเรียนเคยเฟื่องฟูมาก ๆ โดยเฉพาะในยามที่เศรษฐกิจดี คนมีกำลังซื้อ แต่พอมาปี 2564  โควิด-19 ระบาดขนาดนี้ คนกำลังซื้อลดลงอย่างมาก โดยตลาดชุดนักเรียนไม่ขยายตัวมาตั้งแต่ปี 2563 ที่ผ่านมา โดยข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์สถานการณ์ช่วงเปิดเทอมใหม่ ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และสะท้อนภาพบรรยากาศการใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วง เปิดเทอมปี 2563 แตกต่างจากปีก่อนๆ วิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ปกครองบางกลุ่มที่ภาคธุรกิจต้องปิดตัว ซึ่งนับเป็นช่วงยากลำบากของผู้ปกครองในมุมของการใช้จ่ายเพื่อการศึกษา เพราะกว่า 88.9% กังวลต่อสภาพคล่องทางการเงินที่นำมาใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม เช่น เงินออมไม่เพียงพอ ซึ่งก็คาดว่าเปิดเทอมปี 2564 สถานการณ์ก็จะคล้าย ๆ ในลักษณะนี้

สำหรับการเปิดเทอมใหม่ปี 2564 นี้ ผู้ปกครองท่านใดที่มีชุดนักเรียนที่ไม่เก่ามาก หรือยังใช้ได้ หรือบุตรหลานของท่านไม่ได้เปลี่ยนโรงเรียนใหม่ก็สามารถใช้ของเดิมไปก่อน  เพราะนาทีนี้ต้องประหยัดในยุคที่เศรษฐกิจไม่ดี ส่วนท่านใดที่มีกำลังซื้อแบบเหลือๆ ก็สามารถที่จะออกไปจับจ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้ในช่วงนี้  เพราะเศรษฐกิจไทยกำลังต้องการแรงกระตุ้นอย่างมาก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด