เครือข่ายนักสันติวิธี ฯ ผนึกพันธมิตรส่งเสริมทุกศาสนาอยู่ร่วมอย่างเสรี

10 มิ.ย. 2564 เวลา 15:28 น.

เครือข่ายนักสันติวิธี ฯ จัดประชุมนโยบายเสรีภาพในศาสนาและความเชื่อ มุ่งส่งเสริมสร้างสันติของกลุ่มคนที่นับถือศาสนาแตกต่างกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อทบทวนแนวทาวปฏิบัติที่ดีสุด ตอกย้ำความสำคัญของพันธมิตรที่ให้การสนับสนุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายนักสันติวิธีโดยวิถีศาสนาและประเพณี (The Network for Religious and Traditional Peacemakers) องค์กรนานาชาติของกลุ่มนักสันติวิธีในแวดวงศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณี จัดการประชุมเกี่ยวกับนโยบายเสรีภาพในศาสนาและความเชื่อและแนวทางปฏิบัติ ตั้งแต่วันที่ 8-9 มิถุนายน 2564 เวลา 19.00 – 21.00 น. ตามเขตเวลา Indochina Time (GMT+7:00)

สำหรับการประชุมวาระสุดท้ายนี้ถือเป็นบทสรุปเพื่อเข้าสู่โครงการที่สนับสนุนทุนโดยสหภาพยุโรป ที่มีชื่อว่า “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้: การยกระดับการสนทนาข้ามศาสนา และเสรีภาพในศาสนาและความเชื่อ” (Southeast Asia: Advancing Inter-Religious Dialogue and Freedom of Religion or Belief:  SEA-AIR) ภายใต้การดำเนินโครงการ เครือข่ายนักสันติวิธีโดยวิถีศาสนาและประเพณีเพื่อมุ่งส่งเสริมให้เกิดฉันทามติและสภาวะที่เอื้ออำนวยต่อการปกป้องเสรีภาพในศาสนาและความเชื่อ อีกทั้งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของกลุ่มคนและปัจเจกชนที่นับถือศาสนาแตกต่างกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยหนึ่งในองค์ประกอบของงานวิจัยโครงการและแผนการทำงานของกลุ่มพันธมิตร คือ การจัดกิจกรรมเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย เพื่อดึงดูดบรรดาผู้มีส่วนร่วมที่สำคัญๆ มาอยู่ร่วมกันเพื่อเสริมสร้างทักษะ ขีดความสามารถในการส่งเสริมเสรีภาพในศาสนาและความเชื่อในกลุ่มประเทศเป้าหมายและพื้นที่อื่น ๆ ในภูมิภาค

ทั้งนี้ตลอดจนสนับสนุนชนกลุ่มน้อยทางศาสนาให้มีความสามารถเรียกร้องเพื่อให้เกิดปรากฎการณ์ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างสร้างสรรค์และเข้าถึงจิตใจของผู้คน ผ่านกิจกรรมดังกล่าวเพื่อดึงดูดผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด, ผู้นำศาสนา และผู้กำหนดนโยบายคนสำคัญในระดับภูมิภาคให้เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อสร้างความมั่นใจถึงคุณค่าและความสำคัญของเสรีภาพในทุกศาสนาและความเชื่อต่อการรับรู้ในหมู่คนหลากหลายระดับทั่วทุกภูมิภาค

อย่างไรก็ตามการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นการสานต่อภารกิจการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนาซึ่งรวมถึงเอกสารสรุปเนื้อหาเรื่องเสรีภาพในศาสนาและความเชื่อ ทั้งในระดับภูมิภาคและเฉพาะประเทศที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2019 โดยเอกสารสรุปเนื้อหานี้ ว่าด้วยเรื่องนโยบายเสรีภาพศาสนาและความเชื่อในแง่มุมเรื่องเพศ, สิทธิชนกลุ่มน้อย, การศึกษา และโซเชียลมีเดีย ตลอดจนนำเสนอแนวคิดเรื่องเสรีภาพในศาสนาและความเชื่อโดยตรง การสนับสนุนเชิงเทคนิคผ่านการทำงานร่วมกันให้กับผู้เข้าร่วมการประชุม

ขณะเดียวกันการประชุมดังกล่าว ยังเป็นการวมตัวของกลุ่มผู้กำหนดนโนบาย คณะผู้แทนของสหประชาชาติ, นักสร้างสันติจากทั่วภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อนำเสนอโครงการของกลุ่มสามัญชนและโครงการสร้างสันติระดับภูมิภาค การส่งเสริมเป้าหมายเพื่อให้การพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงข้อเสนอแนะต่อนโยบายระดับภูมิภาค

โดยนับได้ว่าเป็นการประชุมที่จัดขึ้นในรูปแบบเสมือนจริง เนื่องจากมีการแบ่งวาระการประชุมออกเป็นแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ 2 ช่วงๆ ละ 2 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 2 วันส่วนเป้าหมายของการประชุมครั้งนี้ นายฟิลิป กัสเซิร์ต ผู้จัดการโครงการ  กล่าวว่า จะเป็นการพูดคุยประเด็นต่างๆ เพื่อเน้นย้ำถึงข้อเสนอแนะแก่บรรดาผู้กำหนดนโยบาย เช่น การผลักดันกลุ่มคนสู่ชายขอบสังคมและการแบ่งแยกจากอัตลักษณ์บุคคล, อัตลักษณ์ด้านวัฒนธรรม, ศาสนา และความท้าทายทางการศึกษา

นอกจากนี้ยังเป็นการทบทวนแนวทางปฏิบัติที่ดีสุด รวมถึงบทเรียนที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อยกระดับการสร้างฉันทามติทางสังคมและเสรีภาพในศาสนาและความเชื่อทั่วภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เนื่องจากเป็นการประชุมวาระสุดท้าย จึงจำเป็นต้องเน้นย้ำความสำคัญถึงการสนับสนุนของพันธมิตรที่มีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ SEA-AIR ดังกล่าว ได้แก่  มูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป, World Council on Religion for Peace, Islamic Relief Worldwide และ World Faiths Development Dialogue ฯลฯส่วนผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ได้ที่ลิงก์ https://cvent.me/Rbm4M7

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด