ผลบอลยูโร 2020 รัสเซียเฉือนฟินแลนด์ เวลส์เชือดตุรกี อิตาลีถล่มสวิตฯ 3-0

17 มิ.ย. 2564 เวลา 2:03 น. 3

ผลบอลยูโร 2020 นัดที่ 2 รัสเซีย เฉือนฟินแลนด์ ขึ้นรองจ่าฝูงกลุ่ม B ชั่วคราว ขณะที่ เวลส์ เก็บ 3 แต้มแรกสำเร็จ หลังเอาชนะตุรกี 2-0 ด้าน "ม้ามืด" ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงอย่างอิตาลี เดินหน้าถล่ม สวิตเซอร์แลนด์ ยับ 3-0 เก็บ 6 แต้ม ตีตั๋วผ่านเข้ารอบน็อคเอ้าท์ศึกยูโร 2020

ผลการแข่งขัน “ฟุตบอลยูโร 2020 (EURO2020) คู่เวลา 20.00น. เป็นการแข่งขันของกลุ่ม B ฟินแลนด์ พบกับ รัสเซีย เตะกันที่ สนามเครสตอฟสกี สเตเดียม เมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์กประเทศรัสเซีย

ฟินแลนด์ vs รัสเซีย

• นาทีที่ 4 ฟินแลนด์ พลาดโอกาสขึ้นนำ ทั้งที่ Joel Pohjanpalo โหม่งเข้าไปแล้ว แต่เช็ค VAR แล้วเป็นลูกล้ำหน้า ทำให้เสมออยู่ 0 - 0

• นาทีที่ 47 ทดเวลาเจ็บ 2 นาทีก่อนจบครึ่งแรก เจ้าถิ่นรัสเซียขึ้นนำสำเร็จ จาก MiranchukArtem Dzyuba 

• ครึ่งหลังทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ จบเกมด้วยชัยชนะของรัสเซีย 1-0

 สำหรับตารางคะแนนของกลุ่ม B จบเกมนี้ ทำให้รัสเซียเตะ 2 นัดมี 3 แต้ม อยู่อันดับสองชั่วคราว ส่วนฟินแลนด์เตะสองนัดมี 3 แต้มเช่นกัน แต่ประตูได้เสียเป็นรองเบลเยียมและรัสเซีย

ยูโร2020 : ตารางคะแนนกลุ่ม B

ศึกฟุตบอลยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม นัดสอง กลุ่ม เอ ตุรกี พบกับ เวลส์ แข่งขันกันที่สนาม โอลิมปิก สเตเดี้ยม, อาเซอร์ไบจาน  

ตุรกี vs เวลส์

• นาทีที่ 8 แกเร็ธ เบล แทงบอลเรียดกลางสนามให้ แอรอน แรมซี่ย์ จับบอลล็อกหนึ่งครั้งเขตโทษทางซ้าย ก่อนซัดยัดเสาแรกแต่นายทวารตุรกีปิดมุมเซฟไว้ทัน

• นาทีที่ 11  ตุรกีหวิดได้ประตูจากจังหวะที่ เจงกิซ อุนเดอร์ ได้บอลจาการเล่นฟรีคิกเร็ว หลุดมาปาดบอลทางขวาเข้าเขตโทษ บูรัค ยิลมาซ ลองหวดทันทีบอลแฉลบแนวรับมังกรแดงออกหลัง

• นาทีที่ 13 แดเนี่ยล เจมส์ กระชากบอลมาทางริมเส้นฝั่งซ้าย โยนบอลมาที่เขตโทษ คีฟเฟอร์ มัวร์ โดดโหม่งเบียดกองหลังคู่แข่งบอลลอยข้ามคานไป

• นาทีที่ 42 แกเร็ธ เบล วางบอลยาวกลางสนามให้ แอรอน แรมซี่ย์ พักอกเอาบอลลงในเขตโทษ ก่อนซัดด้วยเท้าขวาหนีตัว อูร์กูร์ชาน ซาคีร์ ตุงตาข่ายพา เวลส์ออกนำ 1 - 0 

• เริ่มครึ่งหลังตุรกีลุยหนัก เจงกิซ อุนเดอร์ เปิดลูกเตะมุมด้านซ้าย บอลลอยมาเข้าหัว เมรีห์ เดมิราล โหม่งทางขวาเขตโทษมาที่ คาน อายฮาน โขกชงอีกทีให้ บูรัค ยิลมาซ กระโดดยิงหน้าประตูแบบไร้ตัวประกบ ทว่าหัวหอกไก่งวงกดไม่ลงข้ามคานไปไกล 

• นาทีที่ 60 แกเร็ธ เบล ลากบอลลุยเข้าเขตโทษทางซ้าย เซกี้ เซลิค ใช้เท้าสกัดทำฟาวล์จนดาวเตะมังกรแดงล้มลง กรรมการชี้จุดโทษ ก่อนเช็ควีเออาร์ยืนยัยคำตัดสิน เจ้าตัวลุกมาสังหารเอง แต่ดันยิงข้ามคานแบบไม่มีลุ้น

• นาทีที่ 79 คอนเนอร์ โรเบิร์ตส์ จ่ายบอลไปที่ แอรอน แรมซี่ย์ ตรงเขตโทษด้านขวา ก่อนแรมซี่ย์โยนบอลย้อยมาให้ แกเร็ธ เบล โถมตัวโหม่งเต็มกบาลตรงกรอบ 6 หลา แต่ถูกนายทวารตุรกีทิ้งตัวตะครุบได้

• ช่วงทดเวลา นาทีที่ 90+5 แกเร็ธ เบล ลากบอลเลาะเส้นหลังก่อนเข้าเขตโทษ ก่อนจ่ายย้อนไปที่ คอนเนอร์ โรเบิร์ตส์ เติมมาหวดเต็มเท้า เวลส์ขึ้นนำ 2-0  

คู่สุดท้ายของค่ำคืนที่ผ่านมา อิตาลี เปิดบ้านรับการมาเยือนของ สวิตเซอร์แลนด์ โดยนัดนี้ลูกทีมของ “มันชินี่” ได้เล่นในบ้านตัวเองที่กรุงโรม จัดทีมมาในระบบเดิมคือ 4-3-3 และเปลี่ยนผู้เล่นแค่คนเดียวจากเกมแรกที่ถล่ม ตุรกี มา 3-0 นั่นคือแบ็กขวา โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ ได้ลงแทน ฟรอเลนซี่ ที่มีอาการบาดเจ็บ กองกลางยังวาง มานูเอล โลคาเตลลี่, จอร์จินโญ่ และ นิโคโล่ บาเรลล่า 3 ประสานเกมรุกทีเด็ดใช้ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้, ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ และ ชิโร่ อิมโมบิเล่ 

อิตาลี vs สวิตเซอร์แลนด์

• นาทีที่ 11 โอกาสจะแจ้งครั้งแรกของ อิตาลี ก็มาถึงเมื่อ เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า แบ็กที่เกมแรกได้รับคำชม เปิดบอลจากซ้ายย้ายเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ ชิโร่ อิมโมบิเล่ ขึ้นโขกเน้นๆ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

• ถัดมาไม่กี่นาที อิตาลี ก็ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้สำเร็จจากจังหวะเตะมุม อินซินเญ่ โยนเข้ามา คิเอลลินี่ ทะยานขึ้นโขกบอลตกมาขลุกขลิกก่อนจะตกลงมาหน้าประตู คิเอลลินี่ ตามซ้ำซัดเข้าไป แต่กลายเป็นเฮเก้อเพราะโดน VAR บอกว่า คิเอลลินี่ไปทำแฮนด์บอลซะก่อน

• นาทีที่ 26 จากจังหวะที่ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ เลี้ยงจี้หนีตัวประกบไปถึงเส้นหลัง ก่อนจะปาดเข้ามากลางประตูให้ มานูเอล โลคาเตลลี่ วิ่งเข้ามาชาร์จหน้าประตูเข้าไปง่ายๆ กลายเป็นประตูออกนำของทัพ “อัซซูรี่”

• นาทีที่ 37 อิตาลี ก็เกือบหนีห่างเป็น 2-0 เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า หลุดมาทางซ้ายเลี้ยงจี้เข้าเขตโทษ แต่ยิงไม่ค่อยดีบอลเลยหลุดกรอบออกไป จบครึ่งแรก อิตาลี เหนือกว่าทุกกระบวนท่าแต่ยังนำอยู่แค่ 1-0

• นาทีที่ 52 นิโคโล่ บาเรลล่า จ่ายบอลเข้ากลางให้ มานูเอล โลคาเตลลี่ ที่ยืนรออยู่บริเวณหัวกะโหลกง้างเท้าซัดด้วยซ้าย บอลย้ายมุดเสาขวามือเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ส่งให้ อิตาลี นำห่างเป็น 2-0 

• นาทีที่ 65 สตีเว่น ซูเบอร์ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาได้ไม่นาน ได้โอกาสหลุดเข้าไปซัดแต่ก็ติดเซฟ จิโจ้ ดอนนารุมม่า บอลกระดอนมาเข้าทาง ซูเบอร์ ได้ยิงแก้ตัวอีกที แต่อดีตนายด่าน เอซี มิลาน ก็โชว์ซูเปอร์เซฟอีกครั้ง

อิมโมบิเล่

• เข้าสู่ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 88 อิตาลีมาได้ประตูตอกฝาโรง จากจังหวะตัดบอลของ ราฟาเอล โตลอย ตัวสำรองแล้วบอลเด้งมาเข้าทาง ชิโร่ อิมโมบิเล่ ตัดสินใจยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ ผ่านมือ ซอมเมอร์ เข้าประตูไปกลายเป็นประตูที่ 2 ในทัวร์นาเม้นท์นี้ของ อิมโมบิเล่ และเป็นการการันตี 3 คะแนนในนัดนี้ พร้อมส่ง อิตาลี ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอ้าท์เป็นทีมแรกของศึกยูโรหนนี้ 

อิตาลี

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด