สปสช. ผนึกกำลัง สปคม. เพิ่มจุดตรวจโควิดเชิงรุก 10,000 ราย/วัน รู้ผลใน 30 นาที

12 ก.ค. 2564 เวลา 2:31 น. 3

สปสช.จับมือ สปคม. คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดทีมตรวจโควิด-19 เชิงรุก ใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen Test รู้ผลใน 30 นาที ตั้งเป้าตรวจวันละ 10,000-12,000 ราย เริ่ม 12 ก.ค.64

 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ระบาดหนักจนมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบให้ สปสช.ประสานกับสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) และคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุกกระจายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 12 ก.ค. 2564 เป็นต้นไป

 โดยตั้งเป้าตรวจให้ได้วันละ 10,000-12,000 คน ซึ่งการตรวจจะทราบผลตรวจภายใน 30 นาที โดยหากปรากฎว่าผลตรวจเป็นบวกหรือติดเชื้อก็จะเข้าสู่กระบวนการรักษา อย่างไรก็ดี เนื่องจากขณะนี้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากและเตียงในโรงพยาบาลใน กทม. ก็ใช้งานจนเต็มแล้ว ดังนั้นกรมการแพทย์จึงได้วางแนวทางให้รักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) หรือในชุมชน (Community Isolation) "ขอย้ำว่าเราไม่ได้ทอดทิ้งให้ท่านกลับไปอยู่บ้านเฉยๆ เราได้ออกแบบระบบรองรับไว้แล้ว โดยให้คลินิกชุมชนอบอุ่น หากไม่สามารถดูแลที่บ้านได้เนื่องจากสภาพที่อยู่อาศัยไม่พร้อมก็จะเป็นการดูแลโดยชุมชนในสถานที่ที่ชุมชนจัดไว้ เช่น ศาลาวัด หอประชุมโรงเรียน 

 นพ.จเด็จ กล่าวอีกว่า เมื่อคลินิกชุมชนอบอุ่นติดต่อผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้แล้ว ก็จะส่งเครื่องวัดไข้และเครื่องวัดระดับออกซิเจนในเลือดไปให้ที่บ้าน รวมถึงยาฟ้าทะลายโจร โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ของคลินิกนั้นซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ทำวิดีโอคอล หรือ Telehealth ติดตามประเมินอาการวันละ 2 ครั้งทุกวัน ขณะเดียวกันก็จะจัดส่งอาหารให้วันละ 3 มื้อ เพื่อให้ผู้ติดเชื้อสามารถกักตัวอยู่ในบ้านได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดหาอาหาร

สปสช. ผนึกกำลัง สปคม. เพิ่มจุดตรวจโควิดเชิงรุก 10,000 ราย/วัน รู้ผลใน 30 นาที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

• สปสช.ให้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รอเตียงที่บ้าน-ชุมชน จับคู่คลิกนิกชุมชนดูแล

• สปสช. ออกแนวทางเบิกจ่ายดูแล “ผู้ป่วยโควิด-19" กลุ่มสีเขียวที่บ้าน

• สปสช.ประกาศหนุนค่าอุปกรณ์-ค่าอาหาร 3 มื้อ ให้ผู้ป่วยกักตัวโควิดที่บ้าน

 นอกจากนี้แล้ว ในกรณีที่ผู้ป่วยอาการแย่ลงหรือเปลี่ยนเป็นผู้ป่วยในกลุ่มสีเหลืองและสีแดง คลินิกชุมชนอบอุ่นจะประสานกับโรงพยาบาลรับส่งต่อของตัวเองให้รับตัวผู้ป่วย ไปรักษาในโรงพยาบาล และในกรณีที่โรงพยาบาลรับส่งต่อ ก็เตียงเต็มอีก ก็จะประสานสายด่วน 1330 ของ สปสช. หรือสายด่วน 1668 ของกรมการแพทย์ เพื่อหาเตียงให้

 อย่างไรก็ตาม นอกจากการจับคู่คลินิกชุมชนอบอุ่นรักษาที่บ้านหรือที่ชุมชนแล้ว กรณีผู้ติดเชื้อไม่มีอาการที่ต้องการกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนาหรือต่างจังหวัด สปสช.เปิดสายด่วน 1330 ให้ประชาชนแสดงความจำนงที่จะกลับไปรักษาที่ต่างจังหวัด แล้ว สปสช.จะประสานจังหวัดและจัดรถไปส่งที่โรงพยาบาลให้ โดยค่าพาหนะเบิกจาก สปสช.ได้ตามหลักเกณฑ์

 ทั้งนี้จุดตรวจเชิงรุกโดยใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen Test ที่ขึ้นทะเบียนแบบใช้โดยผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (Professional Use) ที่จะเริ่มในวันจันทร์ที่ 12 ก.ค.เป็นต้นไป เวลา 8.00 น.เป็นต้นไปจนกว่าจะตรวจครบ ดังนี้

1.สนามกีฬาธูปะเตมีย์ กองทัพอากาศ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

2.สนามราชมังคลากีฬาสถาน (หัวหมาก) เขตบางกะปิ กทม. 

 ซึ่งทั้ง 2 แห่งนี้ ทางสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) จะเป็นผู้ตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen Test ตั้งเป้าจุดละ 3,000 รายต่อวัน และ 3. ลานจอดรถชั้น 5 อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถ.แจ้งวัฒนะ โดย คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล จะเป็นผู้ตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen Test (เนื่องจากวันแรกจะทดลองระบบวันละ 500 รายก่อนจะเพิ่มจนได้ตามเป้าหมายวันละ 3,000 ราย)

และในวันพุธที่ 14 ก.ค.เป็นต้นไป เวลา 8.00 น.เป็นต้นไปจนกว่าจะตรวจครบ จะเพิ่มอีก 1 จุดคือ 3,000 รายต่อวันเช่นกัน คือที่สนามฟุตบอลกองพล ปตอ. เกียกกาย เขตดุสิต กทม. สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) จะเป็นผู้ตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen Test

สอบถามข้อมูลสายด่วน สปสช. โทร.1330

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด